Thai Netizen Network

Digital Weekly: 3-16 มี.ค. 59 สรุปข่าวนโยบายดิจิทัลรอบ 2 สัปดาห์

สรุปข่าวดิจิทัลประจำสัปดาห์: อดีต รมว.กระทรวงพัฒนาสังคมฯ ถูกฝากขัง พ.ร.บ.คอม เหตุโพสต์วิจารณ์รองนายก/ ปรับทัศนคติ ส.ส.เพื่อไทย โพสต์ระบุ ราคาข้าวตกต่ำ/ สราวุธ ผู้ดูแลเพจ “เปิดประเด็น” ถูกปล่อยตัวจากค่ายทหารแล้ว/ ประธานกรธ. เผยจะดำเนินการกับเพจ “หยุดดัดจริตประเทศไทย” สร้างข้อมูลบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ/ กระทรวงมหาดไทยตั้งงบปี 60 ซื้อเครื่องอ่านสมาร์ตการ์ดทั่วประเทศ/ กรมขนส่งทางบกสั่ง GrabBike ยุติบริการ/ ธุรกิจโทรคมนาคมร้องรัฐบาลเดินหน้าแรงจูงใจทางภาษีวางโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำ ฯลฯ

3 มีนาคม 2559

อดีตรมว.กระทรวงพัฒนาสังคมฯ ถูกฝากขัง พ.ร.บ.คอม เหตุโพสต์วิจารณ์รองนายก

วัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ถูกทหารเชิญตัวจากบ้านพักเพื่อเข้า มทบ.11 เพื่อสอบถามและปรับทัศนคติ หลังโพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่ากล่าวถึงยิ่งลักษณ์ ชินวัตรโดยใช้คำพูดไม่เหมาะสม ก่อนที่ปล่อยตัวพร้อมแจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ 2550 ในกลางดึกคืนวันเดียวกัน ล่าสุด วันที่ 3 มี.ค.59 วัฒนาผู้ต้องหามาขังที่ศาลอาญากรุงเทพให้ในข้อหา ‘นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” โดยขออนุญาตฝากขังมีกำหนด 12 วัน

ที่มา: บีบีซีไทย, ประชาไท

8 มีนาคม 2559

ศาลยกฟ้องไมตรี ผู้สื่อข่าวพลเมืองชาวลาหู่ คดีพ.ร.บ.คอม ชี้เผยแพร่ข้อมูลโดยเข้าใจว่าเป็นความจริง ไม่ถือเป็นความผิด

ศาลจังหวัดเชียงใหม่ยกฟ้องไมตรี จำเริญสุขสกุล ผู้สื่อข่าวพลเมืองชาวลาหู่ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ทหารแจ้งความในข้อหาตามมาตรา 14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ 2550 จากการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กมีเนื้อหาว่าได้มีเจ้าหน้าที่ทหารไปตบหน้าชาวบ้านหลายคนขณะนั่งผิงไฟอยู่ที่บ้านและนำคลิปวีดีโอเหตุการณ์ทหารโต้เถียงกับประชาชนในวันถัดมามาเผยแพร่ ศาลระบุเหตุผลของการยกฟ้องว่า 1. โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นใด ที่ระบุว่าจำเลยเป็นผู้เผยแพร่คลิปและข้อความที่โจทย์แจ้งว่าเป็นข้อความเท็จได้ 2. การนำเข้าข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 จะเป็นความผิดเมื่อผู้นั้นทราบว่าเป็นข้อมูลปลอมหรือเท็จ การที่จำเลยเผยแพร่ข้อมูลโดยเข้าใจว่าเป็นความจริง จึงไม่ถือว่าเป็นความผิด อนึ่ง ศาลไม่ได้วินิจฉัยประเด็นที่จำเลยยื่นคำแถลงต่อศาลเรื่องเจตนารมณ์ของพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ที่ไม่ได้ต้องการใช้กับข้อหาความผิดฐานหมิ่นประมาท

ที่มา: ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

มีชัย ประธานกรธ. เผยจะดำเนินการกับเพจ “หยุดดัดจริตประเทศไทย” สร้างข้อมูลบิดเบือนร่างรธน.

มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ระบุถึงเพจเฟซบุ๊ก “หยุดดัดจริตประเทศไทย” ว่า สร้างข้อมูลบิดเบือนข้อเท็จจริงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญและเป็นการกระทำของพรรคการเมืองบางพรรค มีชัยกล่าวด้วยว่า จะนำกรณีดังกล่าวเข้าหารือกับที่ประชุมกรธ. ว่าควรให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการอย่างไรกับกลุ่มที่พยายามบิดเบือนให้สังคมเข้าใจผิด อย่างไรก็ตาม จะไม่ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นและไม่ถึงขั้นต้องใช้กฎหมายควบคุม

ทั้งนี้ ต่อมาวันที่ 9 มี.ค. 2559 มีข่าวว่า ผู้ดูแลเพจ “หยุดดัดจริตประเทศไทย” ถูกทหารจับตัว ก่อนที่ต่อมาเพจดังกล่าวจะออกมาแจ้งว่าแอดมินเพจไม่ได้ถูกจับแต่อย่างใด แต่ผู้ที่ถูกจับคือ สราวุธ บำรุงกิตติคุณ อดีตทีมงาน โดยสราวุธมีเฟซบุ๊กเพจของตัวเองที่ชื่อ “เปิดประเด็น” (อ่านข่าวสรุปข่าวของสราวุธ ด้านล่าง)

ที่มา: ประชาไท (1), (2)

ศาลทหารให้ประกัน ‘ฐนกร’ ถูกกล่าวหาโพสต์เสียดสีสุนัขทรงเลี้ยง หลังถูกคุมขัง 3 เดือน

ศาลทหารให้ประกันตัวฐนกร ศิริไพบูลย์ ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112, มาตรา 116, และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2550 จากการโพสต์ภาพและข้อความที่ถูกตีความว่าเสียดสีสุนัขทรงเลี้ยง, กดไลก์เพจที่โพสต์ข้อความหมิ่น, แชร์ผังทุจริตราชภักดิ์ โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล ทั้งนี้ ฐนกรถูกจับกุมเมื่อ 8 ธ.ค.2558 และถูกคุมขังระหว่างสอบสวนเรื่อยมาจนปัจจุบันเป็นเวลา 3 เดือน

ศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชนเปิดเผยรายละเอียดคำฟ้องของอัยการว่า การกระทำความผิดของฐนกรแบ่งเป็น 3 การกระทำ ดังนี้

1. จำเลยกดถูกใจแฟนเพจ “ยืนหยัด ปรัชญา” ที่โพสต์ข้อความและรูปภาพเข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชนุภาพ จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 และเป็นการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จอันเป็นความผิดเกี่ยวความมั่นคงในราชอาณาจักร

2. จำเลยได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กของจำเลย เกี่ยวกับสุนัขทรงเลี้ยง ข้อความดังกล่าวเป็นไปในลักษณะประชดประชัน อันเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และเป็นการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวความมั่นคงในราชอาณาจักร

3. จำเลยได้ใช้เฟซบุ๊กของจำเลย โพสต์ภาพบุคคลที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ โดยมีข้อความประกอบภาพสรุปความได้ว่าบุคคลตามภาพมีความเกี่ยวข้องกับการทุจริตอุทยานราชภักดิ์ เป็นการลดทอนความน่าเชื่อถือของบุคคลเหล่านั้นต่อประชาชนทั่วไป อันเป็นความเท็จ เพราะความจริงไม่ปรากฎหลักฐานการทุจริตแต่อย่างใด ทำให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบในราชอาณาจักร จึงถือได้ว่าจำเลยกระทำความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ และเป็นการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงในราชอาณาจักร

ที่มา: ประชาไท, ศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน, Prachatai English

11 มีนาคม 2559

แอป “ไลน์” ล่มทั่วโลกเกือบ 3 ชั่วโมง

ประมาณ 15.45 น. ผู้ใช้แอปพลิเคชัน ‘ไลน์ ‘ (Line) จำนวนมากไม่สามารถส่งข้อความได้ โดยบริษัทไลน์ ประเทศญี่ปุ่น ได้ทวีตอย่างเป็นทางการยอมรับว่าระบบมีปัญหา ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ด้านไลน์ประเทศไทยระบุ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความขัดข้องที่เกิดขึ้นทั่วโลก และเมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. ไลน์ประเทศไทย ได้แจ้งว่า ระบบการส่งข้อความของไลน์สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ, เดลินิวส์

กระทรวงมหาดไทยตั้งงบปี 60 ซื้อเครื่องอ่านสมาร์ตการ์ดทั่วประเทศ-สรอ.เปิดระบบอำนวยความสะดวกจัดตั้งธุรกิจ-หนุนหน่วยงานรัฐบางส่วนใช้ศูนย์ข้อมูลเอกชนที่ผ่านมาตรฐาน

ศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (สรอ.) เผย ในปี 2559 นี้จะทำให้สมาร์ตการ์ดบนบัตรบัตรประชาชนมีการใช้งานจริงๆ และจะทยอยยกเลิกการใช้สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านในการติดต่อราชการ หนึ่งในสิ่งที่ต้องทำคือเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานรัฐ ซึ่งต้องแก้ไขกฎหมายให้แต่ละหน่วยงานแชร์ข้อมูลระหว่างกันได้ นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยได้ตั้งงบประมาณในปี 2560 ขอจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องอ่านบัตรประชาชนแบบสมาร์ตการ์ดราว 2 แสนเครื่อง กระจายให้ 40 หน่วยงานทั่วประเทศ และภายใน 3 ปี จะสามารถใช้บัตรสมาร์ตการ์ดใบเดียวทำธุรกรรมได้เกือบทั้งหมด นอกจากนี้:

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ

14 มีนาคม 2559

ธุรกิจโทรคมนาคมร้องรัฐบาลเดินหน้าแรงจูงใจทางภาษีวางโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำ

กลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมเรียกร้องให้รัฐบาลเดินหน้ามาตรการสนับสนุนทางภาษีให้แก่บริษัทที่ต้องการลงทุนวางโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำ หลังกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้ส่งหนังสือไปยังคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ระบุว่า บีโอไอไม่จำเป็นต้องสนับสนุนทางภาษีดังกล่าวให้เอกชน เนื่องจากการลงทุนที่ว่าต้องใช้บุคลากรต่างชาติ สวนทางกับการส่งเสริมการลงทุนและการจ้างงานภายในประเทศ ประสงค์ เรืองศิริกูลชัย กรรมการบริหารสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ระบุว่า หากไม่มีแรงจูงใจทางภาษีให้กับเอกชน กสท โทรคมนาคมก็จะเป็นผู้ผูกขาดตลาดเคเบิลใต้น้ำในประเทศต่อไป ทั้งนี้ ปัจจุบัน กสท โทรคมนาคม เป็นเจ้าของสายเคเบิลใต้น้ำ 6 สาย ขณะที่อีก 2 สายอยู่ในความครอบครองของทีโอที

ที่มา: Bangkok Post, กรุงเทพธุรกิจ

ปรับทัศนคติส.ส.เพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุ ราคาข้าวตกต่ำ

สมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี เขต 10 พรรคเพื่อไทย ถูกเชิญตัวมาปรับทัศนคติที่มณฑลทหารบกที่ 22 จ.อุบลราชธานี หลังโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ราคาข้าวเปลือกตกต่ำ อยากได้จำนำข้าวเหมือนรัฐบาลยิ่งลักษณ์” หลังการพูดคุยสมคิดยินยอมลบข้อความดังกล่าวออกจากเฟซบุ๊ก และได้ทำหนังสือสัญญาจะไม่เคลื่อนไหวทางการเมือง

ที่มา: เดลินิวส์

เว็บพันทิปเปิดตัวระบบแท็กกระทู้อัตโนมัติ ใช้ระบบวิเคราะห์ Big Data และ Machine Learning

เว็บไซต์พันทิปเปิดตัวระบบแท็กกระทู้อัตโนมัติ เพื่อช่วยให้เจ้าของกระทู้เลือกแท็กอย่างแม่นยำขึ้นและลดภาระการดูแลกระทู้ของทีมงานลง โดยที่ผ่านมา พันทิปพบปัญหาจากการให้เจ้าของกระทู้เป็นฝ่ายเลือกแท็กให้กระทู้เอง ได้แก่ เจ้าของกระทู้ใส่แท็กไม่เป็น หรือบางครั้งใช้วิธี “สแปมแท็ก” ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวจะวิเคราะห์คำในกระทู้ตั้งแต่ตอนโพสต์ ระบบจะอ่านข้อความแล้วคัดเลือกแท็กที่น่าจะเกี่ยวข้องมานำเสนอให้ 15 แท็ก (1 กระทู้ในพันทิปสามารถใส่ได้ 5 แท็ก) ระบบดังกล่าวใช้เทคนิค Big Data และระบบการเรียนรู้ด้วยเครื่องจักร (Machine Learning) ซึ่งจะแยกแยะข้อมูลจากกระทู้เก่าที่คัดแยกแท็กโดยทีมงาน เพื่อหาแบบจำลองการแยกแยะข้อมูล

ที่มา: Blognone

15 มีนาคม 2559

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินฯ เปิดตัวแอปเรียกรถพยาบาล ระบุพิกัดผู้ป่วยได้

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เปิดตัวแอปพลิเคชั่น “EMS 1669” แอปเรียกรถพยาบาลเมื่อเกิดเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉิน แอปดังกล่าวคล้ายกับการแจ้งเหตุเจ็บป่วยผ่านสายด่วน 1669 ทว่าสามารถระบุพิกัดตำแหน่งที่อยู่ของผู้ป่วยได้ แอปมีให้กรอกข้อมูลส่วนตัว (ชื่อ-สกุล เบอร์โทรศัพท์ โรคประจำตัว ยาที่แพ้) เพื่อให้การช่วยเหลือรวดเร็วยิ่งขึ้น ผู้แจ้งเหตุสามารถแนบไฟล์ภาพ แจ้งเหตุเพิ่มเติมผ่านการสนทนากับศูนย์สั่งการ ในแอปยังมีรายชื่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ และคำแนะนำในการปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ดาวน์โหลดได้ทั้งบนระบบ iOS และแอนดรอยด์

ที่มา: ประชาไท

ไลน์เริ่มเก็บเงินบริการ “ไลน์@” มุ่งกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย

บริษัท ไลน์ ประเทศไทย เปิดตัวบริการ “ไลน์@” สำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง (เอสเอ็มอี) ในการทำธุรกิจผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยผู้ใช้สามารถส่งข้อความคุยกับลูกค้าแบบส่วนตัว ส่งข้อมูล ข่าวสาร โปรโมชั่น และคูปองให้กับลูกค้าที่ติดตาม ฯลฯ อนึ่ง ไลน์แอดได้เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่เดือน ก.พ. 2558 โดยให้ทดลองใช้ฟรี และจะเริ่มคิดค่าใช้บริการวันที่ 1 เม.ย. 2559 (ค่าใช้จ่ายรายเดือน 998 บาท, 1,998 บาท และ 6,888 บาท) อริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการบริษัทระบุว่า ปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนไลน์แอดแล้วจำนวน 429,520 บัญชี

ที่มา: เดลินิวส์

16 มีนาคม 2559

กรมขนส่งทางบก สั่ง GrabBike ยุติบริการ ระบุผิดกฎหมายหลายข้อ

กรมการขนส่งทางบกสั่งยุติการให้บริการ GrabBike (บริการเรียกรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างผ่านแอปพลิเคชั่น) โดยให้เหตุผลว่า ไม่ได้ใช้รถจักรยานยนต์สาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย, ผู้ขับขี่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะ, ไม่มีข้อมูลผู้ขับขี่ในศูนย์ข้อมูลผู้ขับขี่รถสาธารณะ, ไม่ได้วิ่งอยู่ในเส้นทางหรือท้องที่ที่ได้รับอนุญาต, ไม่ได้เป็นกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะที่ได้รับการจัดระเบียบจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อครั้งที่ผ่านมา

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ Grab เพิ่งประกาศนโยบายการทำประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ซึ่งจะคุ้มครองทั้งผู้โดยสารและผู้ขับขี่พาหนะ GrabCar และ GrabBike โดยไม่คิดเงินเพิ่มจากผู้โดยสารและไม่หักเงินจากผู้ขับขี่ พร้อมเตรียมเปิดคอร์สฝึกอบรมผู้ขับขี่ในประเทศไทย

ที่มา: TNN 24, Blognone

สราวุธ ผู้ดูแลเพจ “เปิดประเด็น” ถูกปล่อยตัวจากค่ายทหารแล้ว

สราวุธ บำรุงกิตติคุณ ผู้ดูแลเพจเฟซบุ๊ก “เปิดประเด็น” ถูกปล่อยตัวจากค่ายวิภาวดีรังสิต มณฑลทหารบกที่ 45 จังหวัดสุราษฎร์ธานีแล้ว หลังถูกเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 30 นายคุมไปจากที่พักตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค. 2559 โดยปกปิดสถานที่ควบคุมตัว และไม่ให้สิทธิผู้ถูกควบคุมตัวในการติดต่อญาติ โดยเจ้าหน้าที่ทหารได้คืนคอมพิวเตอร์พกพาและโทรศัพท์มือถือที่ยึดไป และยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาว่านายสราวุธกระทำความผิดข้อหาใด สราวุธให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยถึงสาเหตุการถูกควบคุมตัวว่า มีผู้ไม่หวังดีแจ้งความว่าตนเป็นพวกหมิ่นสถาบันและรับจ้างทำเพจการเมือง ส่วนข้อตกลงก่อนปล่อยตัวคือต้องยุติการทำเพจ สราวุธกล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่พบว่าเขาเกี่ยวข้องกับการหมิ่นสถาบันและเห็นว่าตนเป็นคนสนใจการเมืองทั่วไปไม่ได้สังกัดฝ่ายใด ด้านศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐยุติการใช้อำนาจในการควบคุมตัวบุคคลตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 3/2558

ที่มา: ประชาไท, บีบีซีไทย

สรอ.เตรียมชง ครม.ห้ามภาครัฐซื้อซอฟต์แวร์เอง

ศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (สรอ.) เผย สรอ.มีแนวคิดที่จะให้บริการซอฟต์แวร์ (Software as a service – SaaS) กับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้มีซอฟต์แวร์ราคาถูกใช้ในองค์กรและลดการละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งสรอ.ได้เริ่มเจรจาเรื่องการจัดซื้อโปรแกรม Microsoft Office 365 กับบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัดแล้ว และเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อให้สั่งหน่วยงานภาครัฐห้ามจัดซื้อจัดจ้างซอฟต์แวร์เอง เพื่อให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นผู้ดำเนินการให้

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์

ภาคประชาชนพบกับตัวแทนสถานทูต หารือกลไก “Universal Periodic Review” รอบ 2

หลายองค์กรภาคประชาสังคมของไทยเข้าพบกับตัวแทนสถานทูตต่างๆ ประจำประเทศไทย เพื่อหารือถึงกระบวนการการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน (Universal Periodic Review -UPR) รอบที่ 2 ของไทย ทั้งนี้ กระบวนการการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนจะเกิดขึ้นในวันที่ 10 พ.ค.นี้ ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ธนิษฐ์ นีละโยธิน หนึ่งในตัวแทนภาคประชาสังคมระบุในงานเสวนารอบสื่อมวลชนหนึ่งวันก่อนหน้านี้ว่า ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112, 116, และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ 2550 ควรถูกนำมาใช้ด้วยความระมัดระวัง ภายใต้หลักการเคารพสิทธิมนุษยชน

อนึ่ง กระบวนการการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน เป็นกลไกภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ที่กำหนดให้ประเทศสมาชิกทั้ง 192 ประเทศต้องเสนอรายงานทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของตนเองทุก 4 ปี รายงานฉบับนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ รายงานจากภาครัฐ รายงานจากหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญสหประชาชาติที่ทำงานในประเทศนั้นๆ และรายงานจากภาคประชาชน

ที่มา: Bangkok Post, ประชาไท

ดีแทคเปิดบริการโทรคุยด้วยเสียงผ่านไวไฟใช้ได้ทั่วโลก

ดีแทคเปิดบริการ WiFi Calling (หรือ VoWiFi) เป็นรายแรกในไทย โดยสมาร์ตโฟนที่รองรับจะสามารถโทรเข้าออกผ่านสัญญาณไวไฟแทนสัญญาณ cellular ได้ ซึ่งมีข้อดีคือสามารถโทรได้แม้อยู่ในจุดอับสัญญาณ cellular และสามารถโทรผ่าน Wi-Fi โดยไม่ต้องผ่านโรมมิ่งเมื่ออยู่ต่างประเทศ ค่าบริการจะคิดหักจากแพ็กเกจเดิมเหมือนการโทรศัพท์ปกติ ปัจจุบันสมาร์ทโฟนที่รองรับบริการดังกล่าวมีจำนวน 2 รุ่น

ที่มา: Blognone (อ้าง อีเมลประชาสัมพันธ์ดีแทค)