Thai Netizen Network

ปอท.จัดซื้อระบบติดตามการใช้เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ พันทิป วงเงิน 12.8 ล้าน

ปอท.จัดซื้อระบบติดตามข้อมูลสังคมออนไลน์อัตโนมัติ เก็บข้อมูลการใช้เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ พันทิป วงเงิน 12.8 ล้านบาท หวังป้องกันอาชญากรรมที่ใช้โซเชียลมีเดีย-เตรียมสังคมออนไลน์ให้พร้อมสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัล

(ภาพ ดัดแปลงจากภาพต้นฉบับของ Optify.net)

19 ม.ค.59 – กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) หน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงประกาศเอกสารประกวดราคาจัดซื้อระบบติดตามข้อมูลสังคมออนไลน์อัตโนมัติ ซึ่งระบุคุณสมบัติและรายละเอียดการจัดซื้อว่า ระบบติดตามข้อมูลสังคมออนไลน์ดังกล่าวจะต้องสามารถติดตามและจัดเก็บข้อมูลจากบนเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และพันทิป รวมถึงยังต้องสามารถทำงานร่วมกับฐานข้อมูลหมายจับและจากบุคคลทำประวัติจากสถานีตำรวจ อย่างการเทียบภาพโปรไฟล์ของเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์กับภาพใบหน้าจากฐานข้อมูลหมายจับและจากบุคคลทำประวัติจากสถานีตำรวจได้

ทั้งนี้ งบประมาณสำหรับการจัดซื้อระบบดังกล่าวอยู่ที่ 12,806,400 บาท โดยจะใช้เซิร์ฟเวอร์จำนวน 22 เครื่อง และวางเซิร์ฟเวอร์ไว้ในศูนย์ข้อมูล 2 แห่ง

เว็บไซต์ข่าวไอที Blognone ตั้งข้อสังเกตว่า ซอฟต์แวร์ประเภทนี้ไม่ต่างจากซอฟต์แวร์ที่หลายบริษัทใช้เก็บข้อมูลผู้ใช้อยู่ในปัจจุบันมากนัก แต่ความต่างสำคัญคือความสามารถในการทำงานร่วมกับฐานข้อมูลหมายจับและจากบุคคลทำประวัติจากสถานีตำรวจดังกล่าว

ปอท.ระบุเหตุผลของการจัดซื้อครั้งนี้ไว้ในร่างเอกสารประกวดราคาว่า เพื่อเป็นเครื่องมือในการจัดเก็บข้อมูลและรวบรวมพยานหลักฐานอัตโนมัติ สำหรับป้องกันอาชญากรรมที่ใช้ช่องทางสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อาทิ การล่วงละเมิดทางเพศ การล่อลวงทางอินเทอร์เน็ต ฉ้อโกงทรัพย์ การจารกรรมข้อมูลทางธุรกิจ

รวมทั้งเพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลด้านที่ 1 (พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเรื่องการสื่อสาร การเข้าถึงบริการ และการบริหารงานในองค์กร) และด้านที่ 3 (ส่งเสริมพัฒนาและประยุกต์ใช้มาตรฐานในการบริการด้านความมั่นคงปลอดภัยฯ) อันจะทำให้สังคมออนไลน์มีความพร้อมต่อการก้าวสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัล

เอกสารระบุด้วยว่า การจัดซื้อครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “พัฒนาระบบติดตามข้อมูลสังคมออนไลน์อัตโนมัติ” เพื่อติดตามเก็บข้อมูลเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และฐานความผิดทางอาญาอื่นๆ ขณะที่เอกสารจากสำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารระบุว่า โครงการ “พัฒนาระบบติดตามข้อมูลสังคมออนไลน์อัตโนมัติ” เดียวกันนี้เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ประจำปี 2559 ของสำนักงานปลัดฯ เพื่อส่งเสริมให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับการพัฒนาฐานรากเพื่อเศรษฐกิจดิจิทัล สำนักงานปลัดฯ ยังได้ให้นิยาม “มาตรการการส่งเสริมให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์” ไว้ด้วยว่า

มาตรการการส่งเสริมให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์นี้ เกี่ยวข้องกับการสร้างความมั่นคงปลอดภัยและความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรม รวมถึงเกี่ยวโยงกับ Service Infrastructure ด้วย สำหรับกรอบยุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัลในด้านนี้มีเป้าหมายให้ประเทศไทยมีฐานข้อมูลภัยคุกคามไซเบอร์สำหรับหน่วยปฏิบัติใช้ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ การทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยมีความมั่นคงปลอดภัยด้วยกลไกยืนยันตัวตน หน่วยงานสำคัญในกลุ่มการเงิน พลังงานและทหารมี CERT และมีระบบเฝ้าระวังภัยคุกคามไซเบอร์ มีการพัฒนาผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยที่ได้มาตรฐานสากล ต่อเนื่อง เกิดความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ทุกภาคส่วน และลดความเสี่ยงในการเกิดความเสียหายจากภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น อ้างจาก “สรุปร่างแผนปฏิบัติราชการ 4 ปี (พ.ศ.2559-2562)” ของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)

สังเกตได้ว่า โครงการ “พัฒนาระบบติดตามข้อมูลสังคมออนไลน์อัตโนมัติ” ของสำนักงานปลัดฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศ (network security) ขณะที่สำหรับปอท.ซึ่งผู้รับผิดชอบโครงการและเป็นหน่วยงานปฏิบัติ เน้นไปที่การดูแลเนื้อหา (content) บนอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ จนเกิดนำมาสู่การจัดซื้อระบบติดตามข้อมูลสังคมออนไลน์อัตโนมัติครั้งนี้

ข้อมูลอะไรในเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ พันทิป ที่จะถูกติดตามและจัดเก็บ?

ในร่างเอกสารประกวดราคา ระบุว่าระบบดังกล่าวต้องสามารถดึงข้อมูลในหน้าเพจและหน้าโปรไฟล์ (สำหรับเฟซบุ๊ก) และทวีต (สำหรับทวิตเตอร์) ที่เปิดเป็นสาธารณะ

โดยในเฟซบุ๊ก ข้อมูลที่ระบบต้องสามารถติดตามและจัดเก็บมีอาทิ ข้อความที่โพสต์ รวมถึงวันเวลาที่โพสต์ ลิงก์ รูปภาพ วิดีโอที่โพสต์ ข้อความที่คอมเมนต์ ข้อมูลการแชร์ ข้อมูลจำนวนการกดไลก์

ส่วนทวิตเตอร์ ระบบจะต้องสามารถเก็บข้อความที่ทวีต รายชื่อผู้ติดตาม (follower) รายชื่อที่บุคคลเป้าหมายติดตาม (following)

นอกจากนี้ ทั้งในเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ ระบบยังต้องสามารถแสดงผลความเชื่อมโยงระหว่างบุคคลเป้าหมายและจำนวนข้อมูลที่จัดเก็บ จนทำเป็นแผนภาพความเชื่อมโยงระหว่างบุคคลเป้าหมายได้, สามารถแสดงผลข้อมูลที่จัดเก็บตามคำค้น, สามารถตั้งคีย์เวิร์ดสำหรับติดตามจากไทม์ไลน์ของบุคคลนั้นๆ และมีการแจ้งเตือนเมื่อพบคีย์เวิร์ดดังกล่าว

ระบบยังต้องสามารถทำงานร่วมกับฐานข้อมูลหมายจับและฐานข้อมูลประวัติของสถานีตำรวจได้ด้วย โดยต้องสามารถนำข้อมูลที่จัดเก็บได้มาตรวจสอบกับฐานข้อมูลหมายจับและฐานข้อมูลประวัติของสถานีตำรวจ รวมถึงสามารถนำรูปโปรไฟล์บุคคลเป้าหมายมาตรวจสอบกับภาพใบหน้าจากฐานข้อมูลหมายจับได้

ในกรณีของพันทิป ระบบจะต้องสามารถเก็บข้อมูลยูอาร์แอล (URL) ตามคำค้นจากกูเกิล, เก็บหัวข้อกระทู้ หมายเลขกระทู้ และป้ายกำกับ (แท็ก) ในกระทู้

ระบบยังต้องสามารถเก็บชื่อล็อกอินและวันเวลาที่ตั้งกระทู้ จำนวนคนกดถูกใจข้อความและจำนวนผู้ที่ร่วมแสดงความรู้สึก และเนื้อหาที่ตอบในกระทู้ ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ หรือลิงก์

นอกจากนี้ ระบบยังต้องสามารถนำข้อมูลที่จัดเก็บมาแสดงผลเป็นปริมาณการตั้งและตอบกระทู้, นำข้อมูลที่จัดเก็บมาแสดงผลตาม คำค้น และต้องสามารถตั้งคีย์เวิร์ดสำหรับติดตาม และแจ้งเตือนเมื่อพบการตั้งและตอบกระทู้ที่มีคีย์เวิร์ดนั้นอยู่

อ่านคุณสมบัติระบบติดตามข้อมูลสังคมออนไลน์อัตโนมัติ รวมทั้งรายละเอียดเชิงเทคนิคของระบบดังกล่าวในเอกสารประกวดราคา (ด้านล่าง)

Download (PDF, 836KB)

ที่มา