statements
ประชาสังคมอาเซียนระดมสมอง เสนอโครงสร้างเน็ตภิบาลที่เป็นธรรม ต่อที่ประชุม IGF
Thu, 07/29/2010 - 09:33ระหว่างวันที่ 15-16 มิ.ย. ที่ผ่านมา ภาคประชาสังคมจากอาเซียนจำนวนหนึ่ง รวมถึงตัวแทนเครือข่ายพลเมืองเน็ตจากประเทศไทย ได้เข้าร่วมการประชุมการกำกับดูแลอินเทอร์เน็ต เวทีภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก หรือ Asia-Pacific Regional Internet Governance Forum (APrIGF) ที่ฮ่องกง
หลังการประชุม ภาคประชาสังคมจากองค์กรต่างๆ ในอาเซียน แปดประเทศ จากมากกว่าสิบองค์กร ได้หารือร่วมกัน และออก "แถลงการณ์ประชาสังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2010 ว่าด้วยอินเทอร์เน็ตภิบาล" (2010 Southeast Asia Civil Society Statement on Internet Governance) เพื่อนำเสนอต่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศของตน และระดับนานาชาติ โดยเฉพาะที่ประชุมพหุภาคีของ IGF ที่กรุงเจนีวา วันที่ 28-29 มิ.ย. ที่ผ่านมา และเวทีระดับโลกของการประชุมการกำกับดูแลอินเทอร์เน็ต หรือ Internet Governance Forum (IGF) ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 14-17 ก.ย. นี้ ที่กรุงวิลนีอุส ประเทศลิทัวเนีย
เนื้อหาสาระสำคัญคือ ให้ที่ประชุมการกำกับดูแลอินเทอร์เน็ต อย่าลืมหลักการสำคัญของ World Summit on the Information Society ซึ่งเป็นที่มาของ IGF ที่ประกาศว่า สังคมสารสนเทศนั้นจะต้องให้คนเป็นศูนย์กลาง ไม่เลือกปฏิบัติ เคารพสิทธิมนุษยชนสากล อีกทั้งกระบวนการกำกับดูแล จะต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นประชาธิปไตย และมาจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และที่ประชุม IGF ทั้งเวทีระดับโลก ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ ควรมีรูปแบบ เวลา และกระบวนการที่เปิดกว้าง ให้ทุกภาคส่วนสามารถมีส่วนร่วมได้โดยสะดวก
ในที่ประชุมของประชาสังคมอาเซียนหลังการประชุม APrIGF ดังกล่าว ยังได้มีข้อเสนอว่า ประชาสังคมต่าง ๆ ในอาเซียน ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตโดยตรงหรือไม่ ควรจะให้ความสนใจและตื่นตัวเกี่ยวกับประเด็นอินเทอร์เน็ตภิบาลให้มากขึ้น เนื่องจากอินเทอร์เน็ตได้เข้าสู่ชีวิตประจำวันของคนจำนวนมาก และเป็นปัจจัยสำคัญในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การพัฒนาทางการเมืองและทางเศรษฐกิจ ประชาสังคมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ควรจะร่วมกับองค์กรต่าง ๆ จัดเวทีระดับท้องถิ่น เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนปัญหาและอุปสรรค อีกทั้งหาช่องทางในการสื่อสารกับชุมชนวิชาการ ชุมชนเทคโนโลยี ภาคเอกชน และรัฐบาลท้องถิ่น เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างกัน อันจะนำไปสู่การหาทางออกร่วมกันในลักษณะพหุภาคี อีกทั้งภาคประชาสังคมในอาเซียนควรจะได้รับการสนับสนุนเพื่อเข้าร่วมในที่ประชุม IGF ระดับโลก เพื่อสะท้อนมุมมองเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากภาคประชาสังคม โดยเฉพาะประเด็นสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมือง เนื่องจากที่ผ่านมา แม้จะมีตัวแทนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าร่วมจากภาคธุรกิจและภาครัฐ แต่ก็เน้นเพียงประเด็นเทคนิคและประเด็นความมั่นคง
ผู้แทนองค์กรประชาสังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ประกอบด้วย Asian Forum for Human Rights and Development (FORUM-ASIA), Southeast Asian Center for e-Media (SEACeM), หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท ประเทศไทย, Centre for Independent Journalism มาเลเซีย, TechTanod ฟิลิปปินส์, Club of Cambodian Journalist กัมพูชา, Politikana อินโดนีเซีย, Mindanao Bloggers Community ฟิลิปปินส์, Cambodian Center for Human Rights (CCHR) กัมพูชา, เครือข่ายพลเมืองเน็ต ประเทศไทย, Swiss Association for International Development (Helvetas-Laos) ลาว, และผู้แทนประชาสังคมจากพม่าและเวียดนาม
อ่านและดาวน์โหลดแถลงการณ์:
แถลงการณ์ประชาสังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2010 ว่าด้วยอินเทอร์เน็ตภิบาล (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)
http://thainetizen.org/2010-seasia-netgov
2010 Southeast Asia Civil Society Statement on Internet Governance
Mon, 06/28/2010 - 12:00On the occasion of the first Asia-Pacific Regional Internet Governance Forum (APrIGF) Roundtable in Hong Kong on June 15-16, 2010, we, civil society representatives from eight Southeast Asian countries, call on the Internet Governance Forum (IGF) and its Multi-Stakeholder Advisory Group (MAG) to fully uphold these aforementioned commitments and principles, as mandated by the United Nations Secretary-General.
"เครือข่ายพลเมืองเน็ต" ทำจม.ถึงรบ.เรียกร้องให้เปิดรายชื่อเว็บที่ถูกปิดตาม พร้อมชี้แจงเหตุผล
Thu, 06/24/2010 - 14:38ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายพลเมืองเน็ตได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาลไทย เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน เพื่อขอให้เปิดเผยรายชื่อเว็บไซต์ที่ถูกปิดกั้นโดยคำสั่งตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 พร้อมกับเรียกร้องให้ยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยจดหมายดังกล่าวมีเนื้อหา ดังนี้
หลังจากรัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลโดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2553 และมอบหมายให้ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอฉ.) รับผิดชอบหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ได้มีการปิดกั้นเว็บไซต์เป็นจำนวนมากโดยมิได้ขออำนาจศาลและกระทำโดยปกปิด ประชาชนไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่ามีเว็บไซต์ใดบ้างที่ถูกปิดกั้น และถูกปิดกั้นด้วยสาเหตุใด นอกจากนี้ การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังเปิดโอกาสให้รัฐบาลลิดรอนสิทธิเสรีภาพของ ประชาชนในการรับรู้ข่าวสารและการแสดงออกได้โดยที่รัฐบาลไม่ต้องรับผิด
เครือข่ายพลเมืองเน็ตได้คัดค้านการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตโดยปราศจากหลักการ ที่ชัดเจนโปร่งใสเช่นนี้มาโดยตลอด เราเรียกร้องต่อรัฐบาลอีกครั้งดังนี้
1.ขอให้เปิดเผยรายชื่อเว็บไซต์ที่ถูกปิดกั้นโดยคำสั่ง ศอฉ.หรือหน่วยงานอื่นที่ได้รับมอบอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการใน สถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 นับตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2553 เป็นต้นมาว่ามีเว็บไซต์ใดบ้าง รวมทั้งข้อกล่าวหาที่ชัดเจนว่าเว็บไซต์แต่ละแห่งนั้นถูกปิดกั้นจากสาเหตุใด
2.ขอให้เปิดเผยจำนวน และรายละเอียดการจับกุมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมด พร้อมทั้งเหตุผลในการดำเนินการ เพื่อความโปร่งใสในการตรวจสอบการใช้อำนาจของ ศอฉ.และรัฐบาลอันจะกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน
3.ขอให้รัฐบาลยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และยกเลิกการปิดกั้นเว็บไซต์โดยคำสั่ง ศอฉ.หรือหน่วยงานอื่นที่มิได้ขออำนาจศาลตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 โดยทันที
แถลงการณ์ประชาสังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2010 ว่าด้วยอินเทอร์เน็ตภิบาล (2010 Southeast Asia Civil Society Statement on Internet Governance)
Wed, 06/23/2010 - 23:10ระหว่างวันที่ 15-16 มิ.ย. 2553 ภาคประชาสังคมจากอาเซียนจำนวนหนึ่งได้เข้าร่วมการประชุมการกำกับดูแลอินเทอร์เน็ต เวทีภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก หรือ Asia-Pacific Regional Internet Governance Forum (APrIGF) ที่ฮ่องกง
หลังการประชุม ภาคประชาสังคมจากองค์กรต่างๆ ในอาเซียน แปดประเทศ จากมากกว่าสิบองค์กร ได้หารือร่วมกัน และออกแถลงการณ์ฉบับนี้ เพื่อนำเสนอต่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศของตน และระดับนานาชาติ โดยเฉพาะที่ประชุมพหุภาคีของ IGF ที่กรุงเจนีวา วันที่ 28-29 มิ.ย. 2553 และเวทีระดับโลกของการประชุมการกำกับดูแลอินเทอร์เน็ต หรือ Internet Governance Forum (IGF) ระหว่างวันที่ 14-17 ก.ย. 2553 ที่กรุงวิลนีอุส ประเทศลิทัวเนีย
เนื้อหาสาระสำคัญคือ ให้ที่ประชุมการกำกับดูแลอินเทอร์เน็ต อย่าลืมหลักการสำคัญของ World Summit on the Information Society ซึ่งเป็นที่มาของ IGF ที่ประกาศว่า สังคมสารสนเทศนั้นจะต้องให้คนเป็นศูนย์กลาง ไม่เลือกปฏิบัติ เคารพสิทธิมนุษยชนสากล อีกทั้งกระบวนการกำกับดูแล จะต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นประชาธิปไตย และมาจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และที่ประชุม IGF ทั้งเวทีระดับโลก ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ ควรมีรูปแบบ เวลา และกระบวนการที่เปิดกว้าง ให้ทุกภาคส่วนสามารถมีส่วนร่วมได้โดยสะดวก
ลงชื่อโดยผู้แทนองค์กรประชาสังคมอาเซียน:
- Asian Forum for Human Rights and Development (FORUM-ASIA);
- Southeast Asian Center for e-Media (SEACeM);
- Prachatai Online Newspaper, Thailand;
- Centre for Independent Journalism, Malaysia;
- TechTanod, the Blog and Soul Movement, the Philippine Blog Awards, the Philipines;
- Club of Cambodian Journalist;
- Politikana, Indonesia;
- Mindanao Bloggers Community, the Philipines;
- Cambodian Center for Human Rights (CCHR);
- Thai Netizen Network;
- Swiss Association for International Development (Helvetas-Laos);
- Civil Society Representatives from Burma and Vietnam.
ดาวน์โหลด
Original: 2010 Southeast Asia Civil Society Statement on Internet Governance
PDF | OpenDocument | Scribd
Thai translation: แถลงการณ์ประชาสังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2010 ว่าด้วยอินเทอร์เน็ตภิบาล
PDF | OpenDocument | Scribd
On the occasion of the first Asia-Pacific Regional Internet Governance Forum (APrIGF) Roundtable in Hong Kong on June 15-16, 2010, we, civil society representatives from eight Southeast Asian countries, call on the Internet Governance Forum (IGF) and its Multi-Stakeholder Advisory Group (MAG) to fully uphold these aforementioned commitments and principles, as mandated by the United Nations Secretary-General.
We applaud the work of the first APrIGF towards building multi-stakeholder discussion on internet governance. In this vein of inclusive dialogue, we offer the following perspectives and recommendations to the MAG meeting in Geneva at the Palais des Nations on June 28-29, as well as for the fifth annual IGF meeting in Vilnius, Lithuania on September 14-17, 2010.
Key Observations of the APrIGF
In response to the first Asia-Pacific Regional Internet Governance Forum (APrIGF) Roundtable in Hong Kong on June 15-16, 2010, we, netizens, journalists, bloggers, IT practitioners and nongovernmental representatives from across Southeast Asia, offer the following observations from the Roundtable: ...
จดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาล และ ศอฉ. ให้ยุติการปิดกั้นสื่อ คืนพื้นที่การสื่อสารให้สังคม
Wed, 06/23/2010 - 09:5823 มิถุนายน 2553
เรื่อง ขอให้เปิดเผยรายชื่อเว็บไซต์ที่ถูกปิดกั้นโดยคำสั่งตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉิน
เรียน รัฐบาลไทย
หลังจากรัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลโดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2553 และมอบหมายให้ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอฉ.) รับผิดชอบหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ได้มีการปิดกั้นเว็บไซต์เป็นจำนวนมากโดยมิได้ขออำนาจศาลและกระทำโดยปกปิด ประชาชนไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่ามีเว็บไซต์ใดบ้างที่ถูกปิดกั้นและถูกปิดกั้นด้วยสาเหตุใด นอกจากนี้ การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังเปิดโอกาสให้รัฐบาลลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการรับรู้ข่าวสารและการแสดงออกได้โดยที่รัฐบาลไม่ต้องรับผิด
เครือข่ายพลเมืองเน็ตได้คัดค้านการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตโดยปราศจากหลักการที่ชัดเจนโปร่งใสเช่นนี้มาโดยตลอด เราเรียกร้องต่อรัฐบาลอีกครั้งดังนี้
- ขอให้เปิดเผยรายชื่อเว็บไซต์ที่ถูกปิดกั้นโดยคำสั่ง ศอฉ.หรือหน่วยงานอื่นที่ได้รับมอบอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 นับตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2553 เป็นต้นมาว่ามีเว็บไซต์ใดบ้าง รวมทั้งข้อกล่าวหาที่ชัดเจนว่าเว็บไซต์แต่ละแห่งนั้นถูกปิดกั้นจากสาเหตุใด
- ขอให้เปิดเผยจำนวน และ รายละเอียดการจับกุมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมด พร้อมทั้งเหตุผลในการดำเนินการ เพื่อความโปร่งใสในการตรวจสอบการใช้อำนาจของ ศอฉ.และรัฐบาลอันจะกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน
- ขอให้รัฐบาลยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และยกเลิกการปิดกั้นเว็บไซต์โดยคำสั่ง ศอฉ.หรือหน่วยงานอื่นที่มิได้ขออำนาจศาลตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 โดยทันที
ขอแสดงความนับถือ
เครือข่ายพลเมืองเน็ต