MICT
NGOสับรัฐผุด"Cyber Scout"โมเดลเดียวกับ6ตุลา19
Fri, 07/02/2010 - 22:442 กค. 2553 16:43 น.
ที่อาคาร Bangkok Code มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม(มอส.) แถลงข่าวการจัดงาน “ ปฎิรูปสื่อ ประชาชน สู่ ปฎิรูปประเทศไทย ” ในวันที่ 9 - 10 ก.ค. 2553 ที่อาคาร Bangkok Code โดยเป็นการเปิดเวทีระดมความเห็นจากผู้แทนองค์กรสื่อภาคประชาชน อาทิ สหพันธ์วิทยุชุมชน คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน(กป.อพช.) เครือข่ายพลเมืองเน็ต นักวิชาการ ประชาชน รวมทั้งตัวแทนจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.)เพื่อรวมรวมข้อเสนอ ผลักดันแนวทางปฎิรูปสื่อให้รัฐบาลได้นำไปปฎิบัติ
น.ส.วัฒนา นาคประดิษฐ์ คณะทำงานมอส. กล่าวว่า เราต้องการให้เป็นเวทีที่คนทำสื่อภาคประชาชนได้มีพื้นที่ในการนำเสนอความคิด ข้อมูลข้อเท็จจริงที่ถูกละเลยจากสังคม เพื่อให้เกิดการตรวจสอบถ่วงของข้อมูลข่าวสารและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง โดยในเวทีจะระดมปัญหา ข้อเสนอแนะต่างๆและคณะทำงานจะรวบรวมข้อเสนอเหล่านั้นผลักดันต่อรัฐบาล และในแวดวงผู้ประกอบวิชาชีพสื่อเอง
นายสุเทพ วิไลเลิศ เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฎิรูปสื่อ(คปส.) กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลจัดตั้งเครือข่ายลูกเสือในสังคมออนไลน์หรือ Cyber Scout เพื่อป้องกันภัยคุกคามทางอินเตอร์เน็ต ว่า รัฐบาลต้องกำหนดให้ชัดเจนว่า “ ภัยคุกคาม ” ตามที่กล่าวอ้างนั้นคืออะไร จะให้เยาวชนคอยตรวจสอบเว็ปโป๊เปลือยเหมาะสมหรือไม่ หรือหากบอกว่าป้องกันเว็ปหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ต้องถามว่าเยาวชนมีความเข้าใจดีพอหรือไม่ว่าเว็ปไซต์ใดจะเข้าข่ายหมิ่นหรือไม่หมิ่น การทำเช่นนี้ต้องระวังว่าจะเป็นการปลุกกระแสเชิดชูชาตินิยม และสุดท้ายก็ใช้เยาวชนเป็นเครื่องมือตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล
“ ท่าทีของรัฐบาลนี้ใกล้เคียงกับรัฐในสมัยตุลาปี 2519 ที่ปลุกกระแสชาตินิยมลูกเสือชาวบ้านพร้อมทั้งโจมตีฝ่ายตรงข้ามว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ในช่วงชุมนุมมีใบสั่งให้ผู้จัดรายการของกรมประชาสัมพันธ์ บอกประชาชนว่าให้ออกมาอย่าไปปกป้องคนชั่ว รัฐบาลกำลังเข้าจัดการกับผู้ก่อการร้าย ไม่ต่างอะไรกับวิทยุยานเกราะในยุคนั้น ” นายสุเทพ กล่าว
พลเมืองเน็ตค้านCyberScoutทำลายประชาธิปไตย
Fri, 07/02/2010 - 22:40"พลเมืองเน็ต"แสดงออกไม่เห็นด้วยกับ นายกฯ ตั้ง Cyber Scout ทำลายบรรยากาศประชาธิปไตย ไม่ต่างจากลูกเสือชาวบ้านสมัยก่อน เป็นกองกำลังไล่ล่าคนเห็นต่างในโลกไซเบอร์
ในวันนี้ (1 ก.ค.) น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ต กล่าวถึงการจัดตั้ง "Cyber Scout" หรือ ลูกเสือในเครือข่ายออนไลน์ป้องกันภัยทางอินเทอร์เน็ต ว่า ขอตั้งคำถามว่าการจัดตั้งเครือข่ายออนไลน์แบบนี้เพื่อปกป้องพลเมืองเน็ต หรือไล่ล่าพลเมืองเน็ตกันแน่
หากต้องการจะป้องกันการหมิ่นสถาบันรัฐบาลก็ปิดได้ตามกฎหมาย ทั้ง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ทั้งกฎหมายอาญา การปลุกให้ลูกเสือมานั้นไม่ต่างกับลูกเสือชาวบ้านในยุคก่อน ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อไล่ล่ากลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยรัฐบาล เหมือนการไล่ล่าแม่มด ทำให้บรรยากาศประชาธิปไตยถูกทำลาย “ไม่ เข้าใจว่าเหตุใดรัฐบาลจึงกลัวการแสดงออกทางอินเทอร์เน็ตมากขนาดนี้ ทั้งที่ในช่วงการชุมนุมเครือข่ายออนไลน์โดยเฉพาะเฟซบุ๊ค สร้างพื้นที่ในการสนับสนุนรัฐบาลอย่างกว้างขวาง แต่รัฐบาลกลับจัดการพื้นที่ในอินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่อง จากสถิติเมื่อปี 49 มีการปิดเว็บ 2 พันเว็บ มาถึงปี 53 สูงถึง 4 หมื่น ไม่ทราบว่าปีหน้าจะพุ่งถึงแสนเว็บหรือไม่ เว็บที่ถูกปิดทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่เว็บหมิ่นสถาบันแต่รวมเว็บข่าวที่วิจารณ์รัฐบาลด้วย” น.ส.สุภิญญา กล่าว
นายกฯหนุน 'ไซเบอร์สเกาท์' สร้างลูกเสือคุมภัยออนไลน์
Thu, 07/01/2010 - 17:58นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดโครงการสร้างลูกเสือบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต(ไซเบอร์สเกาท์) ตั้งเป้าปราบปรามภัยคุกคามบนดลกอินเทอร์เน็ต ขณะที่ รมว.ไอซีที รับไม้ต่อสร้างอาสาสมัครกว่า 200คน ป้องภัยบนโลกออนไลน์...
เมื่อวันที่ 1 ก.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวภายระหว่างการเปิดโครงการสร้างลูกเสือบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือ ไซเบอร์สเกาท์ ว่า ขณะนี้ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เนื่องจากปัจจุบันภัยคุกคามจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่น การให้ข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน รวมไปถึงข้อมูลที่มีลักษณะหมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ใช้งานและสังคมออนไลน์จำเป็นต้องช่วยกันสอดส่องดูแลจากสิ่งไม่พึงประสงค์ ด้วยเหตุนี้การสร้างเครือข่ายอาสาสมัครออนไลน์จึงมีความจำเป็น โดยเริ่มจากการปลูกฝังจิตสำนึกในการร่วมมือกันส่งเสริม ปกป้องให้สังคมไทย เกิดความตระหนักในการรับรู้และใช้งานข้อมูลข่าวสารบนโลกออนไลน์อย่างเหมาะสมและสร้างสรรค์
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญ และเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างกลุ่มสังคมออนไลน์ที่มีจิตสำนึกในจริยธรรม คุณธรรม เพื่อให้เป็นแบบอย่างแก่เครือข่ายทางสังคมในการส่งเสริมการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างเหมาะสม โดยร่วมกันช่วยสอดส่องดูแลภัยอันตรายและเฝ้าระวังข้อมูลข่าวสารที่เป็นภัยต่อสถาบัน รวมถึงความมั่นคงของประเทศ ตลอดจนเพื่อให้เกิดช่องทางสำหรับติดต่อประสานงานเครือข่ายอาสาสมัครอย่างเป็นระบบ รวมทั้งเป็นเครือข่ายทางสังคมออนไลน์ในภาคประชาชนที่จะเป็นพลังหนุนสำคัญในการสร้างสรรค์สังคมในอนาคต
ด้านนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวว่า แม้กระทรวงไอซีที ในฐานะหน่วยงานหลักที่ต้องดำเนินการให้สอดรับกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 หรือ พ.ร.บ.คอมฯ 2550 จะได้ดำเนินการจัดเพิ่มจำนวนบุคลากร เพื่อช่วยตรวจสอบความปลอดภัยบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต รวมทั้งได้มีการติดตั้งอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยทางด้านเทคนิคที่มีประสิทธิภาพอย่างดีแล้วก็ตาม แต่ภัยหรืออาชญากรรมออนไลน์ยังเกิดขึ้นตลอดเวลา เนื่องจากสังคมไทยยังขาดความรู้ ความตระหนักในการป้องกันตนเองจากภัยบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และเป็นเหตุผลที่ภาครัฐมีนโยบายที่จะช่วยสร้างสังคมให้มีความเข้มแข็ง มีภูมิคุ้มกันภัยอันตรายที่มากับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพราะผู้ใช้งานระบบถือเป็นจุดอ่อนที่เปราะบางที่สุดของการรักษาความมั่นคง ปลอดภัย การให้ความรู้สร้างความเข้าใจเรื่องรูปแบบของภัยคุกคามออนไลน์ เพื่อช่วยกันสอดส่องดูแลสังคมให้ปลอดภัยจากสิ่งไม่พึงประสงค์ รวมทั้งปลูกฝังจิตสำนึกในการต่อต้านเนื้อหาและกิจกรรมที่อันตราย ตลอดจนการยกย่องส่งเสริมวัฒนธรรมออนไลน์ที่ดี จึงเป็นสิ่งที่ควรดำเนินการเพื่อช่วยสร้างภูมิคุ้มกันภัยที่ถาวรยั่งยืนให้กับสังคมไทย
รมว.ไอซีที กล่าวต่อว่า โครงการดังกล่าว เป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รวมทั้งถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยสร้างไซเบอร์สเกาท์ ที่มีจิตสำนึกในด้านจริยธรรม คุณธรรม ให้เป็นเครือข่ายทางสังคมในการส่งเสริมการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย โดยอาสาสมัครไซเบอร์สเกาท์เหล่านี้จะทำหน้าที่เฝ้าระวังข้อมูลหรือพฤติกรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงปฏิบัติการด้านข้อมูลข่าวสารในเชิงรุกและเข้าร่วมกิจกรรมที่กระทรวงฯ จัดขึ้น ซึ่งการสร้างจิตสำนึกในภาคเยาวชนครั้งนี้ จะเป็นพลังหนุนสำคัญที่นำไปสู่จุดมุ่งหมายในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการปลูกจริยธรรมและค่านิยมในการสร้างสรรค์วัฒนธรรมในโลกของไซเบอร์ที่ดี ตลอดจนเป็นการสร้างความสามัคคีในหมู่ประชาชนอย่างถาวรยั่งยืนถวายแด่พระบาmสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
รมว.ไอซีที กล่าวด้วยว่า ในเบื้องต้นโครงการดังกล่าวได้วางเป้าหมายที่จะรับอาสาสมัครไซเบอร์สเกาท์ จำนวน 200 คน จากกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา ครู อาจารย์ ตัวแทนภาครัฐ ภาคเอกชนที่มีความรู้ความสามารถใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตได้ดี มาร่วมอบรมด้านคุณธรรม จริยธรรม เทคนิค กฎหมายจากเจ้าหน้าที่ และผู้เชี่ยวชาญ ที่จะมาสร้างความรู้ความเข้าใจ และให้คำปรึกษาแก่อาสาสมัครเพื่อให้รู้ถึงวิธีการป้องกัน รวมทั้งป้องปรามภัยทางอินเทอร์เน็ต และสามารถนำไปปฏิบัติให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการฯ.