Thai Netizen Network
Netizen Marathon 2010
Wed, 2010-09-01 12:20Netizen Marathon ชวนร่วมเสนอบทความ(ทดลอง) “ออนไลน์ศึกษา”
เครือข่ายพลเมืองเน็ตขอเชิญผู้สนใจ ส่งบททดลองเสนอ บทความวิชาการขนาดสั้น หรืองานศิลปะดิจิทัล ในหัวข้อเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต สารสนเทศ เทคโนโลยี และสังคม เพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารประจำปีของเครือข่ายพลเมืองเน็ต และเพื่อนำเสนอในเทศกาล “เน็ตติเซ่น มาราธอน” ปลายเดือนพฤศจิกายน 2553
[ โปสเตอร์ ]
ไม่จำกัดสาขาและระเบียบวิธี
ความตั้งใจของเน็ตติเซ่นมาราธอนคือเปิดพื้นที่คำถามและมุมมองใหม่ ๆ สำหรับการศึกษาอินเทอร์เน็ตและสังคม
ไม่ต้องเป็นงานวิจัยที่สมบูรณ์แล้ว
อะไรที่อยากรู้ ข้อสังเกตที่คิดว่าน่าสะกิด อะไรที่อยากชวนกันศึกษา เน็ตติเซ่นมาราธอนตั้งใจจะเป็นจุดเริ่มต้นของเครือข่ายวิจัย
ตัวอย่างหัวข้อ พื้นที่ส่วนตัวในพื้นที่สาธารณะ, อินเทอร์เน็ตกับขบวนการทางสังคม, วัฒนธรรมแฮกเกอร์กับเมืองสร้างสรรค์, ภูมิศาสตร์มนุษย์กับ FourSquare, ผังเมืองกับ Augmented Reality, วิธีวิทยาออนไลน์, กฎหมายอินเทอร์เน็ตแนวสตรีนิยม, Open Public Data กับผลกระทบทางเศรษฐกิจ, ศิลปะกับดิจิทัล, สิทธิในการเข้าถึงเครือข่ายข้อมูลข่าวสารกับการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีตามกรอบอาเซียน, Networked Publics ฯลฯ
บทความภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ความยาว 3-6 หน้า A4 ฟอนต์ 14
สำหรับงานศิลปะดิจิทัล ส่งเป็นชิ้นงานหรือคำแนะนำชิ้นงานในรูปแบบที่เหมาะสมกับการเผยแพร่ในทั้งเว็บไซต์และสิ่งพิมพ์
ผู้สนใจส่งผลงานได้ที่
บรรณาธิการ “เน็ตติเซ่น มาราธอน” เครือข่ายพลเมืองเน็ต
marathon@thainetizen.org
ภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2553
เน็ตติเซ่น มาราธอน
http://thainetizen.org/marathon
![]()
รวบรวมข่าว ตัวแทนพลเมืองเน็ตเข้าพบนายกฯอภิสิทธิ์ กรณีคุกคามสิทธิและเสรีภาพสื่อออนไลน์
Thu, 2009-03-12 16:01ตัวแทนพลเมืองเน็ต วันที่ 11 มีนาคม 2552 นำโดยนางสาวสฤณี อาชวานันทกุล, นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์, นายกานต์ ยืนยง และนายสุนิตย์ เชรษฐา เข้าพบเพื่อยื่นหนังสือและหารือกับนายกรัฐมนตรี กรณีการคุมคามสิทธิและเสรีภาพสื่อออนไลน์ จากกรณีพนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้เข้าจับกุมนางสาวจีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท (http://www.prachatai.com) เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. ของวันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2552 ที่ผ่านมา ทั้งนี้เรียกร้องให้ยุติการจับกุมและคุกคามสื่อออนไลน์ พร้อมทั้งเรียกร้องการสร้างกลไกการมีส่วนร่วม ความเข้าใจในการกำกับดูแลโดยขอให้มีตัวแทนผู้ใช้สื่ออินเทอร์เน็ตได้เข้าไปคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้
จากการสอบถามทางนายกฯกรณีการจับกุมครั้งนี้ กล่าวว่ามีไม่นโยบายในเรื่องนี้ ได้มีความกังวลใจและเป็นเรื่องทีี่ไม่ก่อประโยชน์กับฝ่ายใดทั้งยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศ โดยกันนี้จะร่วมกันพิจารณาและหาทางออก ทั้งนี้ขอให้ทางกลุ่มเครือข่ายพลเมืองเน็ตช่วยคิดหาหนทางมานำเสนอให้พิจารณา
หลังจากที่เข้าหารือกับนายกฯ แล้ว ตัวแทนเครือข่ายพลเมืองเน็ตก็ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้ ตามรายละเอียดจากสำนักข่าวต่อไปนี้
เครือข่ายพลเมืองเน็ตยื่นหนังสือนายกฯ กรณีตำรวจปิดเว็บไซต์ประชาไท เตรียมตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อหากลไกการทำงานร่วมกัน
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/politics/20090311/23833/
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ รอง ประธานกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ ในฐานะเครือข่ายพลเมืองเน็ต พร้อมคณะ ได้เดินทางเข้าหารือพร้อมยื่นหนังสือต่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามดำเนินการจับกุมและปิดเว็บไซด์ หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท เมื่อวันศุกร์ที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา
น.ส.สุภิญญา เปิดเผยหลังเข้าพบนายกฯว่านายอภิสิทธิ์ยืนยันว่าฝ่าย การเมืองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีนี้ แต่จะทำการตรวจสอบและสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ก็เห็นด้วยว่าควรมีการตั้งกลไกให้เครื่อข่ายสื่อออนไลน์และ ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตได้มีโอกาสพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และตำรวจ
"นายกฯก็เห็นด้วยในหลักการ และมีความกังวลในเรื่องนี้...นายกฯได้ฝากโจทย์มาว่าหากจะให้มีการตั้งคณะ ทำงาน และมีนักวิชาการสนใจเข้าร่วมด้วย ทางเครือข่ายมีความเห็นอย่าง ซึ่งทางเครือข่ายได้รับข้อเสนอและจะกลับมานำเสนออีกครั้ง "
น.ส.สุภิญญากล่าวอีกว่าเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกกับสังคม ทั้งนี้หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไทได้ ให้ความร่วมมือกับตำรวจมาโดยตลอดในการลบข้อความที่ไม่เหมาะสม จึงเห็นว่ากระบวนการดังกล่าว ควรจะมีการเจรจาก่อน แต่ทางเจ้าหน้าที่กลับบุกเข้าดำเนินการจับกุม ซึ่งทางเว็บประชาไท เกิดข้อสงสัยว่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ เป็นคำสั่งจากบุคคลทางการเมืองหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมาทางเว็บฯก็ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีกับเจ้าหน้าที่ โดยการลบข้อมูลที่ไม่เหมาะสมมาโดยตลอด อีกทั้งยังเคยพูดคุยกับนายกฯ ว่าจะใช้ วิธีการละมุนละม่อมในการแก้ปัญหาร่วมกัน
"ทางเว็บฯห่วงว่าหากเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้นบ่อย ๆ จะไม่เกิดประโยชน์กับกลุ่มใด จึงต้องการหาทางออกร่วมกัน โดยเฉพาะพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ให้รัดกุมกว่าที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะข้อกล่าวหาในมาตรา 14 และ 15 กรณีขัดความมั่นคงของชาติ"
รองปธ.คกก.ปฏิรูปสื่อฯถาม"มาร์ค"ปิด"เว็บประชาไท"
วันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2552 เวลา 20:00:03 น. มติชนออนไลน์
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1236776509&grpid=03&cat...
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 11 มี.ค. น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ รองประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ และเครือข่ายพลเมืองเน็ตได้เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่รัฐสภา เพื่อหารือพร้อมยื่นหนังสือ กรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามดำเนินการจับกุมและปิดเว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท เมื่อวันศุกร์ที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา โดย น.ส.สุภิญญา กล่าวภายหลังการเข้าหารือว่า เรื่องดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคมเป็นอย่างมาก เพราะตำรวจเข้าจับกุมอย่างไม่มีการเจรจากันก่อน ทั้งที่ผ่านมาเว็บไซต์ประชาไทได้ให้ความร่วมมือกับตำรวจมาโดยตลอด โดยเฉพาะการลบข้อความที่ไม่เหมาะสมจึงเกิดข้อสงสัยว่า เรื่องดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับการเมืองและมีคำสั่งจากบุคคลทางการเมืองหรือ ไม่
"จากการพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์เบื้องต้นก็ยืนยันว่า ภาคการเมืองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยจะตรวจสอบและสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป ทั้งนี้เครือข่ายฯ เป็นห่วงว่าหากเกิดเรื่องนี้ขึ้นบ่อยจะไม่เกิดประโยชน์กับกลุ่มใด จึงต้องการหาทางออกร่วมกัน โดยเฉพาะการบังคับใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 และ 15 กรณีขัดความมั่นคงของชาติให้รัดกุม รวมถึงควรให้การตั้งกลไกให้เครือข่ายสื่อออนไลน์และผู้ใช้อินเตอร์เน็ตมี โอกาสพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) และตำรวจมากขึ้น ซึ่งนายกฯ ก็เห็นด้วยในหลักการและมีความกังวลในเรื่องนี้ ทั้งนี้ทางเครือข่ายเห็นว่าควรมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างรัดกุม โดยเห็นว่าก่อนปิดเว็ปไซต์ควรเตือนก่อน"น.ส.สุภิญญา กล่าว
อภิสิทธิ์เปรย จับผู้ดูแลเว็บประชาไท - ไล่ปิดเว็บไซต์ ไม่เกิดประโยชน์ ทำภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย พิมพ์บทความนี้
http://www.prachatai.com/05web/th/home/15872
วันที่ 11 มีนาคม 2552 เวลา 16.00 น. เครือข่ายพลเมืองเน็ต (Thai Netizen Network) เข้าพบนายกรัฐมนตรีที่อาคารรัฐสภา 1 เพื่อหารือเรื่องนโยบายการปราบปรามและดูแลเว็บไซต์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550
โดย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เหตุการณ์จับกุมผู้ดูแลเว็บไซต์ประชาไทไม่ใช่นโยบายของรัฐบาล และเป็นเรื่องที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับฝ่ายใดเลย พร้อมทั้งสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว และรายละเอียดการจับกุม น.ส. จีรนุช เปรมชัยพร
ทั้ง กล่าวเพิ่มเติมว่า การปราบปรามเว็บไซต์ที่ทางกระทรวงกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)ประกาศจำนวนเว็บไซต์ที่ถูกปิดเป็นระยะๆ นั้น เป็นปัญหาต่อภาพลักษณ์ของประเทศในสายตาต่างชาติพอสมควร และถือเป็นปัญหาที่น่าหนักใจ ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าปัญหาของการปิดเว็บไซต์และการจับกุมผู้ใช้ อินเทอร์เน็ตจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา ไม่ใช่ปัญหาจากตัวบทบัญญัติของประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือ ระเบียบปฏิบัติ ซึ่งหากจะแก้ไขก็ควรแก้ไขจากระเบียบวิธีปฏิบัติมากกว่าการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตราดังกล่าว ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ย้ำว่า มาตรา 112 ไม่ใช่กฎหมายพิเศษ หากแต่เป็นความผิดที่ว่าด้วยการหมิ่นพระมหากษัตริย์ ซึ่งคนธรรมดาก็ต้องได้รับความคุ้มครองจากการถูกหมิ่นประมาทเช่นกัน
นาย อภิสิทธิ์กล่าวว่าหลังจากเดินทางกลับจากประเทศอังกฤษ จะทบทวนเรื่องระเบียบวิธีและกระบวนการดำเนินคดีที่เป็นความผิดตาม พรบ. คอมพ์ฯ ให้เกิดความรัดกุม และเหมาะสมต่อไป และได้หารือเครือข่ายพลเมืองเน็ตถึงความเป็นไปได้ในการตั้งคณะกรรมการพิเศษ ซึ่งมีความรู้ความเข้าใจด้านเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต โดยเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงไอซีที เจ้าหน้าที่ตำรวจ และนักวิชาการที่มีความรู้เฉพาะทาง ซึ่งอาจจะช่วยให้การดำเนินการป้องปรามเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมเป็นไป อย่างรัดกุม และมีประสิทธิภาพ
ด้าน น.ส. สฤนี อาชวานันกุล เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายเรื่องผู้ดูแลเว็บไซต์และผู้เล่นอินเทอร์เน็ตต้อง ดูแลกันเอง ส่วนจุดยืนของทางเครือข่ายพลเมืองเน็ต ก็คือ ต้องการให้เกิดความชัดเจนทางนโยบายและการปฏิบัติของฝ่ายการเมืองว่าต้องแยก ให้ชัดเจนระหว่างขบวนการทำลายล้างสถาบันกับคนธรรมดาที่ต้องการแสดงความคิด เห็น
ทั้งนี้ ภายหลังจากที่หารือกับนายกรัฐมนตรีแล้ว เครือข่ายพลเมืองเน็ตได้ยื่นหนังสือถึงนายรัฐมนตรี เสนอ ให้รัฐยุตินโยบายการคุกคามสื่อออนไลน์และจัดระบบและโครงสร้างในการทำงาน เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องในการกำกับดูแลสื่อและชุมชนออนไลน์
000
เรียน นายกรัฐมนตรี
เรื่อง การคุกคามสื่อออนไลน์
สืบเนื่องจากกรณี พนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้เข้าจับกุม นางสาวจีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท (www.prachatai.com) เมื่อวันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2552 โดยได้สอบสวน พร้อมทำสำเนาข้อมูลฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์ส่วนตัว และ แจ้งข้อกล่าวหาเป็นผู้ให้บริการจงใจสนับสนุนหรือยินยอมมีการกระทำผิด นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ซึ่งอาจเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยที่จะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงประเทศ และเผยแพร่ หรือส่งต่อ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) (3) (5) และ15
เครือข่ายพลเมืองเน็ต คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ(คปส) เครือข่ายเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์ประเทศไทย (FACT) เห็น ว่าแม้รัฐอ้างว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นไปภายใต้อำนาจตามที่กฏหมาย บัญญัติ ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเข้าข่ายการใช้อำนาจทางกฏหมายในการข่มขู่ คุกคาม สิทธิเสรีภาพสื่อออนไลน์ ทั้งนี้เว็บไซต์ ข่าวประชาไทถือเป็นหนังสือพิมพ์ออนไลน์ที่ทำงานบนกรอบของจรรยาบรรณสื่อ ออนไลน์ที่เปิดพื้นที่ให้กับประชาชนผู้อ่านแสดงความคิดเห็น ประกอบกับการดำเนินการเว็บไซต์มีมาตรฐานที่เข้มงวดตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งการเก็บข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์ และการลบข้อความที่มีเนื้อหาหมิ่นเหม่ และมีการประสานงานและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐมาโดยตลอด
ดัง นั้นรัฐจำเป็นต้องใช้ความยืดหยุ่นในการกำกับดูแลสื่อออนไลน์ที่มีธรรมชาติ ทางเทคโนโลยีแตกต่างจากสื่อทั่วไป อีกทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐควรยึดแนวทางการเจรจาประนีประนอมและใช้มาตรการที่ ละมุนละม่อมไม่ใช่การปราบปราม
ประกอบกับองค์กรข้างต้นได้เข้าหารือและยื่นหนังสือคัดค้านการใช้นโยบายประกาศสงครามกับสื่ออินเทอร์เน็ต (War Room) ให้ กับนายกรัฐมนตรีโดยตรงเมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2552 ซึ่งในครั้งนั้นนายกรัฐมนตรีได้รับปากที่จะใช้แนวทางการเจรจาร่วมกัน โดยมีรูปธรรมในการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อให้ตัวแทนพลเมืองผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ได้พูดคุยเจรจากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงตำรวจที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน เพื่อแสวงหาแนวทางการปฏิบัติที่ควรจะเป็นร่วมกัน บนพื้นฐานของความเคารพในสิทธิเสรีภาพสื่อและพลเมืองตามหลักการสิทธิมนุษยชน สากล
จากกรณีที่เกิดขึ้นนี้ ทาง 3 องค์กรมีข้อเรียกร้องต่อรัฐดังต่อไปนี้
- ขอให้รัฐยุตินโยบายการคุกคามสื่อออนไลน์ และ ไม่ใช้แนวทางการประกาศสงครามกับสื่ออินเทอร์เน็ต แต่เน้นการเจรจาและแสวงหาความร่วมมือบนพื้นฐานความเคารพต่อสิทธิเสรีภาพและ เข้าใจธรรมชาติที่เป็นจริงของสื่อใหม่เช่นอินเทอร์เน็ต
- ขอให้รัฐบาลจัดเวทีและสร้างกลไกสำหรับการแลกเปลี่ยนให้ตัวแทนผู้ใช้สื่อ อินเทอร์เน็ตและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจและ กระทรวงไอซีทีฯ เพื่อนำไปสู่การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องร่วมกันในการกำกับดูแลสื่อและ ชุมชนออนไลน์
- ขอให้รัฐยุติการผลิตซ้ำ ตอกย้ำทัศนคติเชิงลบ อันนำไปสู่ความบาดหมาง ตึงเครียดและสร้างรอยร้าวลึกขึ้นในสังคม โดยเฉพาะวิธีใส่ร้ายสื่อออนไลน์เช่นประชาไทว่าเป็น “เว็บหมิ่นฯหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ” “เป็นขบวนการทำลายล้าง” “มีคนหนุนหลัง” เป็นต้น เนื่อง เพราะการใส่ร้ายดังกล่าวไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงแต่อย่างใด อีกทั้งสะท้อนถึงวุฒิภาวะในการบริหารประเทศของรัฐบาลประชาธิปไตย ซึ่งขัดต่อแนวทางการสร้างความเชื่อมั่นทั้งต่อพลเมืองไทยและประชาคมโลก
เครือ ข่ายพลเมืองเน็ต ณะกรรมการรณรงค์เพื่อปฏิรูปสื่อ และเครือข่ายเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์ประเทศไทย มีความปรารถนาดีต่อรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐในการที่จะประสานความร่วมมือ เรื่องสื่อออนไลน์อย่างสร้างสรรค์บนการสร้างสมดุลย์ระหว่างการกำกับดูแลกับ สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน ซึ่งรัฐมีหน้าที่โดยตรงที่ต้องธำรงพันธกิจอันสำคัญนี้
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
ขอแสดงความนับถือ
เครือข่ายพลเมืองเน็ต
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส)
เครือข่ายเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์ประเทศไทย (FACT)
โดย : ประชาไท วันที่ : 12/3/2552
คปส.ยื่นหนังสือร้องนายกฯกรณีจับผู้ดูแลเว็บประชาไท [12 มี.ค. 52 - 06:55]
http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology03b&content=127454
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้(11 มี.ค.) นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ รองประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ หรือ คปส. และนางสาวสฤณี อาชวานันทกุล กรรมการเครือข่ายพลเมืองเน็ต พร้อมคณะได้เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อหารือและยื่นหนังสือ กรณีปัญหาคุกคามสิทธิและเสรีภาพสื่อออนไลน์ จากการจับกุมนางสาวจีรนุช เปรมชัยพร ผู้ดูแลเว็บไซต์ประชาไทดอทคอม เมื่อช่วงบ่าย วันศุกร์ที่ 6 มี.ค.2552 ด้วยข้อหากระทำความผิดตามมาตร 15 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
นางสาวสุภิญญา กล่าวว่า การจับกุมผู้ดูแลเว็บไซต์ประชาไท ถือเป็นการสร้างความตื่นตระหนกว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะปกติเว็บไซต์ประชาไทให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการลบข้อความ ที่ไม่เหมาะสม น่าจะมีกระบวนการที่พูดคุยกันมากกว่านี้ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับใช้มาตราการการจับกุม ขณะที่คปส.และเครือข่ายพลเมืองเน็ตมีข้อสงสัยว่า การกระทำดังกล่าวเป็นคำสั่งจากทางการเมืองหรือไม่ เพราะเมื่อช่วงต้นปี 2552 ได้พูดคุยกับนายกฯเพื่อให้ใช้ความละมุนละม่อมในการแก้ปัญหาดังกล่าวร่วมกัน โดยนายกฯเห็นด้วย แต่กลับมีการจับกุมผู้ดูแลเว็บไซต์ประชาไท
รอง ประธานคปส. กล่าวต่อว่า เบื้องต้นนายกฯ ปฏิเสธไม่รู้เรื่องดังกล่าว ดังนั้นคปส.และเครือข่ายพลเมืองเน็ตจะต้องกลับไปดูว่าการจับกุมดังกล่าวมี ความเป็นมาอย่างไร โดยสอบถามจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดังนั้น เครือข่ายพลเมืองเน็ตและคปส. จึงหาทางออกร่วมกันโดยการใช้กฎหมายพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 หรือ พ.ร.บ.คอมฯ โดยเฉพาะข้อกล่าวหามาตรา14 และ15 ที่ระบุว่าขัดกับความมั่นคงของชาติ ทางเครือข่ายฯจึงเสนอให้ตั้งกลไกเครือข่ายสื่อออนไลน์และผู้ใช้อินเทอร์เน็ต เพื่อให้พูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีทีและเจ้าหน้าที่ตำรวจ
รอง ประธานคปส. กล่าวด้วยว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้ เพื่อผลักดันให้นายกฯตั้งกระบวนการที่จะมาดูแลเรื่องดังกล่าว และขอความมั่นใจว่าจะไม่มีการแก้ไขพ.ร.บ.คอมฯ ที่นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เสนอแก้ไขบทลงโทษให้รุนแรงขึ้นนั้น นายกฯบอกว่าจะชะลอเรื่องดังกล่าวไว้ก่อน เนื่องจากหากแก้ไขจะส่งผลกระทบต่อหลายฝ่าย อย่างไรก็ตาม การใช้กฎหมายขณะนี้ให้ดีขึ้น ต้องการให้มีกระบวนการที่รัดกุมขึ้นโดยมีกลไกร่วมกันว่าตำรวจจะมีขั้นตอน อย่างไร รวมถึงการเตือนว่าจะเตือนอย่างไร และหากมีการลบข้อความที่ไม่เหมาะสมแล้วน่าจะเป็นที่พอใจไม่ต้องถึงขั้น จับกุม
“ความจริงเราอยากไปคุยกับกระทรวงไอซีทีและตำรวจโดยตรง แต่คิดว่าน่าจะผ่านการรับรู้จากภาคการเมืองก่อน นายกฯก็เห็นด้วยในหลักการและกังวลกับเรื่องนี้ เพราะนายกฯกำลังจะเดินทางไปต่างประเทศ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต่างประเทศให้ความสนใจมากว่าเกิดอะไรขึ้น เราคิดว่าเราอาสาที่จะเป็นตัวกลางเชื่อม คือเราเข้าใจว่ารัฐต้องกำกับดูแลเรื่องที่กระทบความมั่นคงขณะเดียวกัน ประเทศไทยก็ต้องดำรงหลักการเรื่องสิทธิเสรีภาพและต้องไม่ทำอะไรที่เกินเหตุ” นางสาวสุภิญญา กล่าว
ด้าน นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล กรรมการเครือข่ายพลเมืองเน็ต กล่าวว่า นายกฯบอกจะต้องมีการปรับระเบียบและวิธีการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานให้ ชัดเจนว่าหลักเกณฑ์ควรจะเป็นอย่างไร เนื่องจากการจับกุมผู้ดูแลเว็บไซต์เป็นเรื่องใหญ่มาก ปกติจะต้องมีการแจ้งเตือนขอความร่วมมือกันก่อนเพราะผู้ดูแลเว็บไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด
“ปัญหาอยู่ที่เว็บบอร์ด ที่เป็นการเคลื่อนไหวตลอดเวลา นโยบายของนายกฯเน้นการกำกับดูแลกันเองให้มีการเตือน โดยจุดยืนของเราที่นายกฯเห็นด้วยคือ การแยกแยะระหว่างผู้กระทำผิดกับคนธรรมดาที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตและผู้ดูแล เว็บ ทั้งนี้ เชื่อว่าสังคมไทยยังไม่พร้อมที่จะมีเว็บบอร์ดอย่างเสรี ในเบื้องต้นจะต้องประสานต่อกับรัฐบาลว่าจะประสานงานให้เราได้คุยกับกระทรวง ไอซีทีและตำรวจอย่างไร” กรรมการเครือข่ายพลเมืองเน็ต กล่าว
คปส.ยื่นหนังสือถึงนายกฯจี้จัดการสื่อผิดกฎหมาย
Tue, 2009-01-13 17:58(13 ม. ค.) น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ นำเครือข่ายพลเมืองเน็ต คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส) เครือข่ายเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์ประเทศไทย (เอฟเอซีที) ได้พบและยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี โดยมีโอกาสเข้าพบและพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานประชุม ครม.ประมาณ 5 นาที เพื่อขอให้รัฐบาลดูแลการใช้สื่ออินเตอร์เน็ต และวิทยุชุมชนตามที่รัฐบาลมีนโยบายป้องกันไม่ให้มีการนำสื่อไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง หรือพาดพิงสถาบัน
คปส. ยื่นหนังสือเรียกร้องนายกฯ จัดมาตรการคุมเข้มสื่อพาดพิงสถาบัน เสนอยุติวอร์รูม
Tue, 2009-01-13 17:52คปส. ยื่นหนังสือเรียกร้องนายกฯ จัดมาตรการคุมเข้มสื่อพาดพิงสถาบัน พร้อมเสนอแนะให้รัฐยุติวอร์รูมที่ประกาศสงครามกับสื่อ
เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ นำเครือข่ายพลเมืองเน็ต คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) เครือข่ายเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์ประเทศไทย (เอฟเอซีที) เข้าพบและยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี
โดยมีโอกาสเข้าพบและพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานประชุม ครม.ประมาณ 5 นาที เพื่อขอให้รัฐบาลดูแลการใช้สื่ออินเทอร์เน็ต และวิทยุชุมชนตามที่รัฐบาลมีนโยบายป้องกันไม่ให้มีการนำสื่อไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง หรือพาดพิงสถาบัน
พลเมืองเน็ต-คปส.-FACT ร้องรัฐ "อย่าจับสิทธิประชาชนเป็นตัวประกัน"
Mon, 2009-01-12 19:32วานนี้ (10 ม.ค.52) เครือข่ายพลเมืองเน็ต (Thai Netizen Network: TNN) ร่วมกับ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) และเครือข่ายเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์ประเทศไทย (Freedom Against Censorship Thailand: FACT) จัดแถลงข่าวแสดงจุดยืน กรณีมติคณะรัฐมนตรีเรื่องการจับกุม ปราบปรามเว็บไซต์และวิทยุชุมชน ในหัวข้อ “ขอรัฐอย่าจับเสรีภาพ สิทธิพลเมือง เป็นตัวประกัน” ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลสื่อพลเมืองของตนเอง ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคาร มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม
จากกรณี ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลโดยการนำของพรรคประชาธิปัตย์ได้มีมติในการจับกุมปราบปรามสื่อเว็บไซต์ และวิทยุชุมชนภายใต้เหตุผลความมั่นคงแห่งชาติ โดยการใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 (พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ) และกฎหมายที่เกี่ยวข้องคือ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 (พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ)