Internet censorship
เว็บไซต์ติดตามการเซ็นเซอร์ได้ทุน 1.5 ล้านเหรียญฯ
Thu, 2010-09-09 12:31เฮอร์ดิกต์ (Herdict) เว็บไซต์ติดตามการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตที่เปิดให้ใครก็ได้รายงานเข้าไป เพิ่งได้รับทุนสนับสนุนมูลค่า 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากบริษัทลงทุนเพื่อการกุศล โอมิดยาร์ เน็ตเวิร์ก (Omidyar Network)
"ความโปร่งใสในการทำงานของรัฐบาลนั้นต้องมีการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้ ซึ่งหมายถึงอินเทอร์เน็ตที่เปิดเผยและมีเสรี เฮอร์ดิกต์คือเครื่องมือทรงอำนาจที่ช่วยเปิดโปงความตั้งใจของฝ่ายที่ครอบงำในการปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์" สเตซี โดโนฮิว (Stacy Donohue) ผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนเพื่อความโปร่งใสของรัฐบาล กล่าว
"ในแง่ของแผนการนั้น เฮอร์ดิกต์เหมาะเจาะมากกับการลงทุนเพื่อความโปร่งใสของรัฐบาลโดย โอมิดยาร์ เน็ตเวิร์ก มันช่วยติดตามความเปิดเผยของข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร ซึ่งทั้งสองอย่างก็เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของรัฐบาลประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ในศตวรรษที่ 21 นี่"
เฮอร์ดิกต์ได้ชื่อมาจากการเล่นคำ Herd + Verdict เป็นผลงานจากไอเดียของ โจนาธาน ซิตเทรน (Jonathan Zittrain) ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายอินเทอร์เน็ตที่มหาวิทยาลัยฮาเวิร์ด ผู้แต่งหนังสือ The Future of the Internet — And How to Stop It และผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์เบิร์กแมนเพื่ออินเทอร์เน็ตและสังคม (Berkman Center for Internet & Society) เพื่อผลิตงานในด้านที่ซ้อนทับกันของพื้นที่อินเทอร์เน็ต เทคโนโลยี และสังคม
บริษัทลงทุนเพื่อการกุศล โอมิดยาร์ เน็ตเวิร์ก ก่อตั้งโดย ปิแอร์ โอมิดยาร์ ผู้ก่อตั้งอีเบย์ เพื่อลงทุนในองค์กรที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและพัฒนาสังคม
อ่านเพิ่มเติมได้จากข่าวของศูนย์เบิร์กแมนฯ หรือ ประกาศจากบล็อกของเฮอร์ดิกต์
รายงานวิจัยเรื่อง การกำกับดูแลเนื้อหาอินเทอร์เน็ต
Tue, 2010-09-07 02:35โดย พิรงรอง รามสูต รณะนันทน์ และ นิธิมา คณานิธินันท์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ตีพิมพ์เมื่อ มีนาคม 2547
ในโครงการ "การปฏิรูประบบสื่อ: การกํากับดูแลเนื้อหาโดยรัฐ การกํากับดูแลตนเอง และสื่อภาคประชาชน"
สนับสนุนการวิจัยโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องการกํากับดูแลเนื้อหาอินเทอรเน็ตจัดทําขึ้นเพื่อนําเสนอแนวคิด บทบาทขององคกร ตลอดจนกระบวนการตาง ๆ เกี่ยวกับการกํากับดูแลเนื้อหาอินเทอรเน็ตในตางประเทศและในประเทศไทย เพื่อนําไปใชวิเคราะหปญหาและนําเสนอแนวทางสําหรับผูบริหารนโยบาย ทั้งนี้ โดยใชการสัมภาษณผูเกี่ยวของ การสํารวจความคิดเห็นเฉพาะกลุม และการสํารวจเอกสาร เปนวิธีการหลักในการวิจัย
เมื่อพิจารณาจากกลไกหลักที่ใชในการกํากับดูและเนื้อหาอินเทอรเน็ต อันประกอบดวย กฎหมาย มาตรการ บทลงโทษ (Legal sanction) การปดกั้นและกลั่นกรองเนื้อหา (Blocking and filtering system) กฎ กติกา มารยาท (Codes of conduct) สายดวน (Hotlines) และการรูเทาทันสื่อ (Media literacy) พบวาประเทศตาง ๆ ไดใชกลไกดังกลาวนี้ผสมผสานกันในการกํากับดูแลในประเทศของตน ตัวอยางเชน ประเทศสิงคโปรใชการบังคับดวยกฎหมาย และการปดกั้นเนื้อหาที่ไมพึงประสงคเปนแนวทางหลักโดยกระทําผาน Singapore Broadcasting Authority (SBA) ประเทศสหรัฐอเมริกาใชแนวนโยบายที่เปดกวางและใหภาคเอกชนเปนผูนําในการกํากับดูแลกลุมของผูมีสวนไดสวนเสีย (Stakeholders) เพื่อวางกฏหรือกติกากลางในการกํากับดูแลเนื้อหาและพฤติกรรมทางอินเทอรเน็ต และในสวนของสหภาพยุโรป (EU) ไดมีการพัฒนาและรับรองแผนการสรางอินเทอรเน็ตที่ปลอดภัยกวาใน EU (EU Safer Internet Action Plan) โดยเปนแนวทางของการสรางวัฒนธรรมแหงความรับผิดชอบรวมกันในการใชอินเทอรเน็ต
สําหรับประสบการณของประเทศไทยนั้น การกํากับดูแลอินเทอรเน็ตอยางเปนทางการเปนหนาที่ของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยไดมีการจัดตั้งหนวยงานกํากับดูแลใหม ชื่อวา คณะกรรมการสืบสวน ปองกันและปราบปรามอาชญากรรมคอมพิวเตอร หรือ Cyber-inspector ซึ่งทําหนาที่ตรวจสอบดูแลเนื้อหาที่มีความเสี่ยงตาง ๆ บนอินเทอรเน็ต และเปนผูตัดสินใจวาจะปดกั้นเว็บไซตอะไรบาง และในแงกฎหมายของไทย ยังไมมีกฎหมายใดควบคุมเนื้อหาอินเทอรเน็ตโดยตรงออกมาบังคับใช จึงตองอาศัยกฎหมายที่มีอยูเดิมปรับใชเปนกรณี ๆ ไป ในขณะเดียวกันก็เริ่มมีความพยายามในการกํากับดูแลตนเองของภาคอุตสาหกรรมอินเทอรเน็ตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตัวอยางเชน สมาคมผูดูแลเว็บไทย ไดรวมกันพัฒนาจรรยาบรรณวิชาชีพสําหรับสมาชิกสมาคมฯ ผูใหบริการเว็บไซตแตละรายมีการกําหนดกลไกการตรวจสอบเนื้อหาภายในเว็บไซต ชมรมผูประกอบการรานอินเทอรเน็ตคาเฟจัดทํา "โครงการรานอินเทอรเน็ตที่ดี" รวมกับกระทรวงไอซีที ผูใหบริการอินเทอรเน็ตมีบริการ package ที่มีการปดกั้นเว็บไซตที่ไมเหมาะสม ในสวนของภาคประชาสังคม องคกรพัฒนาเอกชน และเครือขายความรวมมือของนักกิจกรรมและนักวิชาการ รวมไปถึงกลุมผูปกครองที่มีความหวงใยก็มีบทบาทสําคัญในการสรางความตระหนักรู และความเขาใจเกี่ยวกับความเสี่ยงที่มากับเนื้อหาบนอินเทอรเน็ต ขณะเดียวกันโรงเรียน มหาวิทยาลัย และเครือขายการศึกษาอื่น ๆ ตางก็แสดงบทบาทของตนโดยเฉพาะในการสงเสริมใหมีจรรยาบรรณในการใชอินเทอรเน็ต (etiquette) ในแตละบริบทที่เกี่ยวของของตน
ในทายที่สุดรายงานฉบับนี้มีขอเสนอแนะวา รูปแบบการกํากับดูแลที่ควรไดรับการสงเสริมตอไปในอนาคตคือ การสรางวัฒนธรรมแหงความรับผิดชอบรวมกัน การปดกั้นเว็บไซต และการใชกฎหมายเปนหลักไมนาเปนแนวทางที่เหมาะสมในระยะยาวเพราะคุณลักษณะเฉพาะทางเทคโนโลยีของอินเทอรเน็ต ดังนั้นจึงควรปดกั้นเฉพาะเนื้อหาทีาผิดกฎหมาย และควรใชภายใตหลักการ "แจงใหทราบแลวเอาออก" (notice and take-down) อยางไรก็ดี การกลั่นกรองเนื้อหาที่ไมผิดกฎหมายแตเปนอันตรายควรจะทําในระดับผูใชเทานั้น เพื่อไมเปนการไปละเมิดสิทธิเสรีภาพในการรับรู และการแสดงออกของผูอื่นในระบบ
งานวิจัย "การกำกับดูแลเนื้อหาอินเทอร์เน็ต"
Tue, 2010-09-07 02:23รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์เรื่อง "การกำกับดูแลเนื้อหาอินเทอร์เน็ต" โดย ผศ.ดร. พิรงรอง รามสูต รณะนันทน์ และ นิธิมา คณานิธินันท์ ได้รับทุนวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และตีพิมพ์เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2547
แม้รายงานฉบับนี้จะมีอายุกว่าหกปีแล้ว มันยังคงเป็นประโยชน์ต่อการสังเกตและวิเคราะห์สถานการณ์ของอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงความพยายามต่าง ๆ ในการควบคุมเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ตในช่วงที่ผ่านมา
Censorship versus security: When is freedom of speech not freedom of speech? When cyber laws define it
Wed, 2010-08-18 19:46Freedom of speech, abuse of power by the government, and the new norms of a democratic society empowered by the Internet were all topics discussed by a wide variety of speakers at a seminar on the third anniversary of the Computer Misuse Act, often known as the Cybercrime law, hosted by the Thai Netizen Network, Media 4 Democracy and the Southeast Asia Press Alliance. [continued in original]
ไอซีทีเชือดเว็บหมิ่น แตะหลักหมื่น ตามติดเว็บลามก
Fri, 2010-08-13 14:26สำนักกำกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานปลัดกระทรวง ไอซีที เผยยอดปิดเว็บหมิ่นสูงสุด แตะหลักหมื่น ตามติดด้วยเว็บลามก 1.3 หมื่น และเว็บพนันกว่า 2 พัน URL…
เมื่อวันที่ 13 ส.ค. นายอารีย์ จิวรรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักกำกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงไอซีที ได้ดำเนินการสั่งปิดเว็บไซต์ที่เข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย โดยแยกเป็นเว็บหมิ่นมากที่สุดจำนวนหลักหมื่น URL เว็บลามก อนาจาร จำนวน1.3 หมื่น URL และเว็บการพนันกว่า 2 พัน URL
ผู้อำนวยการ สำนักกำกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวต่อว่า สาเหตุที่เว็บผิดกฎหมายเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจุบันการเปิดเว็บไซต์ทำได้ง่าย สำหรับขั้นตอนการสั่งปิด เริ่มตั้งแต่ การแจ้งเบาะแสจากประชาชน และการมอนิเตอร์ของทีมเจ้าหน้าที่ โดยขอความร่วมมือจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือ ไอเอสพี ปิดกั้น จากนั้น ก็ส่งเรื่องไปที่ศาลอาญา ให้ออกคำสั่งโดยตรงถึงไอเอสพี เนื่องจากมีบางเว็บไซต์ ที่ไอเอสพีต้องรอคำสั่งศาล จึงจะสามารถปิดได้