Internet censorship
ระนองรักษ์หนุนบูรณาการตรวจสอบ-ปิดกั้นเว็บ
Thu, 09/03/2009 - 22:26วันนี้ (3 ก.ย.) ร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวในงานสัมมนา “การบูรณาการตรวจสอบและดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมและผิดกฎหมาย” ว่า การใช้อินเทอร์เน็ตส่งผลกระทบต่อประเทศในหลายด้าน อาทิ ด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง สังคม วัฒนธรรม และการดำรงชีวิต เนื่องจาก ความผิดทางคอมพิวเตอร์นั้นสามารถกระทำได้โดยง่าย ทำให้อินเทอร์เน็ตกลายเป็นเครื่องมือหลักในการกระทำความผิดลักษณะฉ้อโกง หลอกลวงให้เสียทรัพย์ ประกาศข้อความเป็นเท็จเกินจริงเพื่อโฆษณาสินค้าและสิ่งผิดกฎหมาย โดยเฉพาะสื่อลามกอนาจารที่ส่งผลกระทบต่อเยาวชนและศีลธรรม รวมทั้ง การละเมิดสิทธิของประชาชน เช่นเดียวกับ กรณีการนำคลิปเสียงที่มีการตัดต่อของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไปเผยแพร่
รมว.ไอซีที กล่าวต่อว่า จากกรณีดังกล่าว กระทรวงไอซีทีจึงดำเนินโครงการ “ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังภัยคุกคามการกระทำความผิดด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ” เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและรองรับนโยบายด้านความมั่นคงและความปลอดภัย ของประเทศ ด้วยการดูแลปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีการจัดศูนย์ปฏิบัติความปลอดภัยอินเทอร์เน็ต (Internet Security Operation Center : ISOC) เพื่อกำหนดกรอบนโยบาย แนวการดำเนินงาน และมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ผิดกฎหมายหรือ ไม่เหมาะสม ตลอดจนเป็นศูนย์กลางประสานความร่วมมือเพื่อรับแจ้งการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ที่ไม่เหมาะสม เพียงแจ้งผ่านสายด่วน 1212
ร.ต.หญิงระนองรักษ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังบูรณาการแนวทางดำเนินงานของทุกภาคส่วน ร่วมกับผู้ประกอบการการให้บริการอินเทอร์เน็ตและผู้ให้บริการเกตเวย์ประมาณ 100 บริษัท สมาคมอินเทอร์เน็ตไทย สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ รวมถึง สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมสอบสวนพิเศษ เพื่อตรวจสอบและปิดกั้นเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมหรือผิดกฎหมาย โดยมี พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันตชัย รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นประธานคณะทำงานฯ และเปิดโอกาสให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 180 คน ร่วมสัมมนาในหัวข้อดังกล่าว เพื่อระดมความคิดเห็นและเสนอแนะแนวทางในการแก้ปัญหา พร้อมทั้งกำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์ในการปิดกั้นเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม
ไอซีที ตื่นระดมสมองปิดกั้นเว็บไซต์ไม่เหมาะสม
Thu, 09/03/2009 - 16:02บี้กทช.ใช้อำนาจเต็มถอน-พักใบอนุญาตไอเอสพี ที่ยังปล่อยให้เว็บไซต์ไม่เหมาะสมเปิดดูได้ ด้านดีเอสไอ ระบุเว็บการพนันถือเป็นเว็บอันตรายและเข้าถึงง่ายสุด
วันนี้ (3 ก.ย.) ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวในงานสัมมนาเรื่อง"การบูรณาการตรวจสอบและดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์ที่ ไม่เหมาะสมและผิดกฎหมาย" ว่า ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องการปิดกั้นเว็บไซต์ ดังนั้นจำเป็นต้องระดมสมองและทำความเข้าใจร่วมกัน เพื่อร่วมมือผลักดันและขัดเคลื่อนการดูแลสังคมออนไลน์ และจะทำงานใกล้ชิดกับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ให้มากยิ่งขึ้น เพราะกทช.เป็นผู้ให้ใบอนุญาตประกอบกิจการผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ไอเอสพี) และผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตเกตเวย์
“ลำพังไอซีที ทำงานปิดเว็บไซต์คนเดียวไม่ได้ เพราะต้องมีหลายน่วยงานมาช่วยกัน โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม ที่กระจายอยู่บนโลกอินเตอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว รวมถึงเว็บไซต์ที่ บ่อนทำลายความมั่นคงประเทศ ไม่ว่าจะเป็นชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ดังนั้นทุกฝ่ายต้องช่วยกันอย่างเข้มข้น” รมว.ไอซีที กล่าว
ด้านพ. ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันตชัย รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะประธานคณะทำทงานบูรณาการการดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมและ ผิดกฎหมาย กล่าวว่า ปัจจุบันเว็บไซต์ที่เป็นอันตรายมากคือ เว็บไซต์การพนัน เพราะทำให้คนเข้าถึงง่ายที่สุด ดังนั้นทุกฝ่ายควรจะเข้ามาดูแลอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะกทช.ที่มีอำนาจเต็มในการดูแล เพราะสามารถถอนใบอนุญาต พักใบอนุญาต และอื่น ๆ ตามประกาศของกทช. ได้ แต่ที่ผ่านมาไม่ได้ดำเนินการ ใด โดยกทช.แจ้งว่าไอซีที ไม่เคยแจ้งข้อมูลว่ามีไอเอสพีรายใดเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม จึงไม่สามารถดำเนินการใดได้ แต่จากนี้ไปทำให้จะมีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมและสกัดกั้นเว็บไซต์ไม่เหมาะสม ปัจจุบันมีไอเอสพีที่ได้รับใบอนุญาตจากกทช. 100 รายมีผู้ได้รับใบอนุญาตอินเตอร์เน็ตเกตเวย์ 10 ราย ดังนั้นจากนี้ไปถ้ามีคำสั่งศาลให้ปิดกั้นเว็บไซต์แล้ว แต่ไอเอสพีนั้น ๆ ยังปล่อยให้มีข้อความอยู่บนเว็บอีก ก็จะให้กทช.จัดการขั้นเด็ดขาดตามประกาศของกทช.
ไอซีทีเล็งปิดประชาไท อ้างแพร่คลิปมาร์ค
Wed, 09/02/2009 - 11:44ปลัดไอซีทีเล็งขออำนาจศาลปิดกั้น 8 เว็บ รวม “ประชาไท” ด้วย อ้างเป็นแหล่งเผยแพร่คลิปตัดต่อเสียงมาร์ค ลั่นถ้ามีการเผยแพร่อีกจะฟ้องหลายกระทง ด้านศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต ก.ไอซีที เผย ปิดไปแล้ว 18,390 เว็บ อ้างเป็นเว็บกระทบความมั่นคง 10,578 เว็บ
รัฐมนตรีไอซีทีลั่นคลิปมาร์คตัดต่อแน่นอน
เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยถึงกรณีการเผยแพร่คลิปเสียงที่มีเสียงคล้ายนายกรัฐมนตรี ว่า คลิปเสียงดังกล่าวมีความยาวประมาณ 3 นาที โดยได้เริ่มมีการเผยแพร่ตั้งแต่ช่วงหลังเที่ยงคืนวันที่ 26 สิงหาคม 2552 หรือช่วงเช้าของวันที่ 27 สิงหาคม 2552 ซึ่งกระทรวงไอซีทีไม่ได้นิ่งนอนใจกับการกระทำดังกล่าว และได้ดำเนินการส่งคลิปเสียงให้บริษัทเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญเป็นที่ยอมรับ ในระดับเอเชียแปซิฟิกตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า เป็น คลิปเสียงที่มาจากการตัดต่อเสียงอย่างแน่นอน จึงได้ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีการตัดต่อเสียงในช่วงใดบ้าง
ด้านนายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยเพิ่มเติมว่า “จาก การตรวจสอบคลิปเสียงดังกล่าวไปแล้ว 80% พบว่ามีการตัดต่อเสียงอยู่ทั้งหมด 16 แห่ง และหากตรวจสอบครบทั้ง 100% คาดว่าจะพบจุดที่มีการตัดต่อเสียงประมาณกว่า 20 แห่ง ซึ่งจากการตรวจสอบคลิปเสียงดังกล่าวพบว่ามีความผิดปกติที่ใช้เป็นหลักฐานใน การเอาผิดหลาย ลักษณะ เช่น บรรยากาศและเสียงรบกวนมีความไม่คงที่ ไม่สม่ำเสมอ ถ้อยคำในคลิปเสียงไม่สมบูรณ์มีคำขาดหาย รวมทั้งรูปประโยคก็ไม่สมบูรณ์ จังหวะการอ่านไม่เป็นธรรมชาติ เป็นต้น”
เล็งขออำนาจศาลปิด 8 เว็บ พ่วง “ประชาไท”
ดังนั้น กระทรวงไอซีทีจึงได้ประสานกับทาง ISP และขออำนาจศาลเพื่อปิดกั้นการเผยแพร่คลิปเสียงดังกล่าวผ่านทางอินเทอร์เน็ต แล้ว 8 เว็บเพจ (URL) โดยปิดกั้นคลิปเสียงทั้งที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ประชาไท ยูทูบ และอื่นๆ ซึ่งหากพบว่ามีการเผยแพร่คลิปเสียงดังกล่าวผ่านทางอินเทอร์เน็ตอีก กระทรวงฯ จะดำเนินการเอาผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) (2) และ (3) ซึ่งมีสาระสำคัญโดยสรุป คือ ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือ บางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน รวมถึงเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนก แก่ประชาชน ที่เข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับ การก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา จะมีความผิดตามมาตรา 14 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ที่เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามมาตรานี้ทั้ง (1) (2) หรือ (3) ถือเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 14 (5) และได้รับโทษเช่นเดียวกัน
ระนองรักษ์เล็งเอาผิดทั้ง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และกฎหมายอาญา
ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ได้ มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต หรือ ISOC ติดตามร่องรอยการเผยแพร่คลิปเสียงดังกล่าว โดยร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติค้นหาต้นทางแหล่งที่มาของการเผยแพร่และสืบค้นหาผู้ กระทำความผิด ซึ่งขณะนี้ทราบเบาะแสการเผยแพร่แล้ว โดยกระทรวงฯ จะสืบค้นจนระบุตัวบุคคลผู้กระทำความผิดแล้วประสานงานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ และสภาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อขอหมายศาลเข้าจับกุมและดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายทั้งพ .ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และกฎหมายอาญา เนื่องจากการกระทำดังกล่าวมีเจตนามุ่งหวังที่จะให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ขึ้นภายในประเทศและกระทบต่อความมั่นคงของประเทศด้วย”
อย่างไร ก็ตาม หากการเผยแพร่คลิปเสียงดังกล่าวมีต้นทางการเผยแพร่อยู่ในต่างประเทศแต่ผลของ การกระทำนั้นมาปรากฏอยู่ในประเทศไทยก็สามารถใช้กฎหมายไทยในการเอาผิดได้ และเมื่อมีการนำคลิปเสียงมาเผยแพร่ต่อในประเทศไทยก็จะดำเนินการเอาผิดตาม กฎหมายไทยเช่นกัน ส่วนกรณีการเผยแพร่ผ่านสัญญาณดาวเทียมของต่างประเทศนั้นกระทรวงฯ ไม่สามารถดำเนินการสกัดกั้นหรือรบกวนสัญญาณได้ กระทรวงฯ จะดำเนินการได้เฉพาะการเผยแพร่ผ่านดาวเทียมที่เป็นของประเทศไทย เช่น ดาวเทียมไทยคมเท่านั้น แต่หากมีการนำคลิปเสียงมาเผยแพร่ต่อก็จะเข้าข่ายการกระทำความผิดตามพ .ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
สำหรับ กรณีที่จะมีการนำคลิปเสียงไปเผยแพร่ในการชุมนุมทางการเมืองนั้น ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเป็นผู้เข้าไปดำเนินการเอาผิด แต่ไม่ใช่บทบาทหน้าที่ของกระทรวงไอซีที
ไอซีทีปิดไปแล้ว 18,000 เว็บ อ้างกระทบความมั่นคง 10,000 เว็บ
ส่วนการ ดำเนินการกับเว็บไซต์ที่เผยแพร่ข้อมูลไม่เหมาะสมต่างๆ ของกระทรวงไอซีทีผ่านทางศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต หรือ ISOC นั้น ได้ดำเนินการไปแล้วรวม 18,390 URL แบ่งเป็นเว็บไซต์ที่กระทบกับความมั่นคง 10,578 URL เว็บไซต์ที่เผยแพร่ซึ่งข้อมูลเข้าข่ายลามกอนาจาร 7,690 URL เว็บไซต์ขายยา 50 URL และเว็บไซต์การพนัน 72 URL
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากข่าวต้นฉบับ