freedom of expression
จดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาล และ ศอฉ. ให้ยุติการปิดกั้นสื่อ คืนพื้นที่การสื่อสารให้สังคม
Wed, 06/23/2010 - 09:5823 มิถุนายน 2553
เรื่อง ขอให้เปิดเผยรายชื่อเว็บไซต์ที่ถูกปิดกั้นโดยคำสั่งตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉิน
เรียน รัฐบาลไทย
หลังจากรัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลโดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2553 และมอบหมายให้ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอฉ.) รับผิดชอบหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ได้มีการปิดกั้นเว็บไซต์เป็นจำนวนมากโดยมิได้ขออำนาจศาลและกระทำโดยปกปิด ประชาชนไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่ามีเว็บไซต์ใดบ้างที่ถูกปิดกั้นและถูกปิดกั้นด้วยสาเหตุใด นอกจากนี้ การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังเปิดโอกาสให้รัฐบาลลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการรับรู้ข่าวสารและการแสดงออกได้โดยที่รัฐบาลไม่ต้องรับผิด
เครือข่ายพลเมืองเน็ตได้คัดค้านการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตโดยปราศจากหลักการที่ชัดเจนโปร่งใสเช่นนี้มาโดยตลอด เราเรียกร้องต่อรัฐบาลอีกครั้งดังนี้
- ขอให้เปิดเผยรายชื่อเว็บไซต์ที่ถูกปิดกั้นโดยคำสั่ง ศอฉ.หรือหน่วยงานอื่นที่ได้รับมอบอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 นับตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2553 เป็นต้นมาว่ามีเว็บไซต์ใดบ้าง รวมทั้งข้อกล่าวหาที่ชัดเจนว่าเว็บไซต์แต่ละแห่งนั้นถูกปิดกั้นจากสาเหตุใด
- ขอให้เปิดเผยจำนวน และ รายละเอียดการจับกุมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมด พร้อมทั้งเหตุผลในการดำเนินการ เพื่อความโปร่งใสในการตรวจสอบการใช้อำนาจของ ศอฉ.และรัฐบาลอันจะกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน
- ขอให้รัฐบาลยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และยกเลิกการปิดกั้นเว็บไซต์โดยคำสั่ง ศอฉ.หรือหน่วยงานอื่นที่มิได้ขออำนาจศาลตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 โดยทันที
ขอแสดงความนับถือ
เครือข่ายพลเมืองเน็ต
แถลงการณ์ร่วม เรื่องความคืบหน้าของการปิดกั้นเว็บไซต์และสื่อภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
Fri, 04/30/2010 - 10:52แถลงการณ์ร่วม เรื่องความคืบหน้าของการปิดกั้นเว็บไซต์และสื่อภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
ภายหลังจากที่รัฐบาลไทยได้ออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ลงวันที่ 7 เมษายน 2553 รัฐบาลได้ดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์ต่าง ๆ เป็นลำดับ เริ่มตั้งแต่การมีคำสั่งให้ปิดกั้นเว็บไซต์ 36 แห่งที่เกี่ยวข้องหรือแสดงความเห็นอกเห็นใจกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง หลังจากนั้น หนังสือพิมพ์ไทยรัฐได้รายงานข่าวเมื่อ 16 เมษายน โดยอ้างแหล่งข่าวจากกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (กอฉ.) ว่า กอฉ.ได้มีคำสั่งให้ปิดกั้นเว็บไซต์ไปแล้วจำนวน 190 แห่ง [1]
เราคัดค้านการปิดกั้นการนำเสนอข่าวสารการเมืองบนอินเทอร์เน็ตอย่างไม่แยกแยะเช่นที่รัฐบาลได้กระทำด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
- การปิดกั้นเว็บไซต์เป็นการลิดรอนสิทธิของประชาชนในการรับรู้ข่าวสารและการแสดงออกในสังคมประชาธิปไตย
- การปิดกั้นอินเทอร์เน็ตเป็นแนวทางที่ผิดพลาดและขาดประสิทธิผลในการปราบปรามเนื้อหาผิดกฎหมายบนอินเทอร์เน็ต การปิดกั้นมิได้ทำให้เนื้อหาเหล่านั้นหมดไปและมิได้นำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิด มิหนำซ้ำยังก่อให้เกิดผลกระทบในทางตรงกันข้าม การที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตไม่สามารถเข้าถึงข่าวสารได้นั้นก่อให้เกิดความไม่ไว้วางใจและทำให้ข่าวลือโหมกระพือไปได้ไกลยิ่งขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย และยิ่งตอกย้ำให้รอยร้าวในสังคมไทยที่มีอยู่ก่อนหน้าแล้วนั้น ยิ่งแตกร้าวลงลึกขึ้นไปอีก
- การปิดกั้นอินเทอร์เน็ตในครั้งล่าสุดนี้กระทำโดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งให้อำนาจรัฐบาลอย่างกว้างขวางในการปิดกั้นสื่อ การได้รับอำนาจและความคุ้มครองอย่างกว้างขวางเช่นนี้ทำให้รัฐบาลไม่ต้องรับผิดแก่สาธารณะและกระตุ้นให้รัฐบาลปิดกั้นสื่ออย่างไม่แยกแยะยิ่งขึ้นไปอีก
- จากข้อเท็จจริงที่รัฐบาลได้ใช้สื่อของรัฐ เช่น สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (สทท.) และเว็บไซต์ factreport.go.th เพื่อเผยแพร่เหตุการณ์จากมุมมองของรัฐบาลเองอยู่แล้ว ทำให้ยิ่งจำเป็นที่ประชาชนจะต้องสามารถเข้าถึงสื่อทางเลือกอื่น ๆ เพื่อที่จะได้ประมวลและตรวจสอบข้อเท็จจริงต่าง ๆ ได้ต้วยตนเอง เราเห็นว่าอินเทอร์เน็ตเป็นพื้นที่อันทรงพลังที่สุดที่จะอุ้มชูการเข้าถึงข่าวสารอย่างรอบด้าน การควบคุมสื่อสารมวลชนของรัฐบาลโดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นยิ่งทำให้จำเป็นที่ประชาชนจะต้องได้รับรู้และแลกเปลี่ยนแบ่งปันข่าวสารบนอินเทอร์เน็ต
ด้วยเหตุผลข้างต้น เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตทั้งหมดโดยทันที เราเห็นว่าการที่รัฐบาลปิดกั้นอินเทอร์เน็ตโดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรมเช่นกฎหมายหมิ่นประมาทและพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นั้น เป็นการละเมิดบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ เราแนะนำให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวไทยใช้ประโยชน์จากเทคนิคและเครื่องมือหลบเลี่ยงการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตที่เราได้รวบรวมไว้ที่ http://thainetizen.org/unblock
ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลไทยจะได้ตระหนักถึงธรรมชาติของอินเทอร์เน็ตและบทบาทหลักของอินเทอร์เน็ตในการอุ้มชูการสนทนาสาธารณะและการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารในสังคมเสรีประชาธิปไตย
เครือข่ายพลเมืองเน็ตและผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน
27 เมษายน 2553
Joint statement on the further censorship of websites and media under Emergency Decree
Tue, 04/27/2010 - 19:07Joint statement on the further censorship of websites and media under Emergency Decree
After the Thai government has declared a state of emergency in Bangkok and surrounding provinces on April 7, 2010, the government has officially blocked 36 websites associated with, or sympathetic to, the red-shirt movement. In further development, Thai Rath daily newspaper in a report on April 16, 2010 cited an anonymous source, stated that 190 further URLs have been blocked [1].
We object to such indiscriminate censorship of political content on the Internet for the following reasons.
Internet censorship constitutes direct abuse of people's rights to information and freedom of expression in a democratic society.
Internet censorship is a mistaken and ineffective way to deal with illegal content on the Internet. It cannot achieve the government's intended result, i.e. eradication of illegal content and arrest of content creator, and will also create an adverse effect. The inability of Internet users to access information will undoubtedly spur further mistrust and rumors, and deepen the already worsening rift in Thai society.
The current wave of Internet censorship has been done under the Emergency Decree, which grants the government a vast authority in censoring the media. Such vast authority and immunity under this law make the government unaccountable to the public, thereby giving the government even more incentive to censor indiscriminately.
Given the fact that the government is intensively using state-owned media, including the National Broadcasting Services of Thailand (NBT) and a website factreport.go.th to disseminate its own interpretation of events, it is even more important for people to be able to access alternative media and verify facts for themselves. We see the Internet as the most powerful platform for fostering equal access to the information. The government's control of mass media and impunity granted by the Emergency Decree make it even more important for people to be able to access and share information on the Internet.
For the above reasons, we urge the government to cease all Internet censorship immediately. By carrying on censorship under the Emergency Decree and not under the libel law or the Computer Crime Act, the government is guilty of violating Thai constitution and Universal Declaration of Human Rights. We also invite Thai Internet users to make use of censorship circumvention tools and techniques, described on our site at http://thainetizen.org/unblock
It is time for the Thai government to recognize the nature of the Internet and its central role in fostering public discourses and exchange of information in a free and democratic society.
Thai Netizen Network and Reporters Without Borders
April 27, 2010