stock

Thai speech advocates question use of Computer Crimes Act vs two accused of stock manipulation

Thu, 2009-11-05 14:59
source: 
The Southeast Asian Press Alliance

Speech and Internet advocates in Thailand are questioning why the Thai police invoked the Computer Crimes Act in going after two Thais accused of spreading rumors on the King's health, media reports in Bangkok say.

Sarinee Achavanuntakul, a committee member of the Thai Netizen Network (TNN), said invoking the law violates the freedom of speech of Thiranan Vipuchanan, 43, a former executive director of UBS Securities (Thailand); and of Katha Pajajiriyapong, 37, of KT Zmico Securities. Both citizens were arrested on 1 November 2009. They were accused of violating Article 14 of the 2007 Computer Crimes Act.

Thai King Bhumibol Adulyadej has been in Bangkok's Sririraj Hospital since mid-September for treatment of inflammation of the lungs. Rumors that the King's health was deteriorating spread in mid-October, resulting in a decline in stock prices on 14 October. Though he remains in hospital, the King has since made two public appearances over the past two weeks to dispel any notion of deteriorating health. The Thai government has stressed that the king is recovering from his ailment, and that all prognosis are good.

Government officials, however, have in the meantime vowed to track and crack down on the sources of rumors surrounding the king's condition. Thiranan and Katha were arrested in the context of that directive, and it was suggested they may have helped to spread the rumors to manipulate the stock market and profit from the reaction of traders.

The Bangkok-based daily, "The Nation", said Thiranan—under the username "bbb"—posted her translation of a Bloomberg article on the rumor, and a consequent instability at the Thai bourses, on Prachathaiwebboard.com. The other suspect, Katha, posted his information on another online forum, sameskyboard.org. The said postings allegedly helped the market to plunge 7% during trading on October 14 and 15.

Internet and media advocate Sarinee said that charging the two for posting a mere translation of a Bloomberg article is "unreasonable".

"If someone is just copying news from reliable sources which adhere to professional standards -- for example, identifying rumors as such, and not claiming them to be truth -- then it is really up to the readers themselves to consider the news carefully," Sarinee said.

"The Nation" quoted Prachatai's webmaster, Chiranuch Premchaiporn, as noting that the two suspects have been long-time members of the web board where they posted the news, thus contradicting the police theory that the suspects were out to reap a windfall in the stock market.

In any case, Sarinee said that even if the police could prove that the suspects were really out to manipulate the market, the authorities should have invoked the Securities Act, rather than the controversial Computer Crimes Act which critics contend have overly broad provisions that could have a chilling effect on online speech. The Computer Crimes Act forbids the spreading of false computer data that could threaten national security or cause public panic. Free expression advocates have assailed such provisions since the law's adoption in 2007, saying the vague wording, coupled with harsh penalties, lends the Act to abuse, and leads to the vulnerability of free speech online.

The Computer Crimes Act prescribes penalties of up to THB100,000 (around US$3,000) and up to five years' imprisonment.

Chiranuch noted that the arrests "create a severe climate of fear" among online users.

While Thiranan and Katha have been released after each posting a THB100,000 bail, The "Bangkok Post" quoted Police Col. Pisit Pao-in, deputy chief of the Royal Thai Police's Hi-Tech Crime Center, as saying that they are seeking a warrant for the arrest of a third suspect over similar charges of spreading false online rumors about the king's health.

The Southeast Asian Press Alliance (http://www.seapa.org) is a coalition of press freedom advocacy groups from Indonesia, the Philippines and Thailand. Established in November 1998, it is the only regional network with the specific mandate of promoting and protecting press freedom throughout Southeast Asia. SEAPA is composed of the Alliance of Independent Journalists (Indonesia), the Jakarta-based Institute for the Study of the Free Flow of Information (ISAI), the Manila-based Center for Media Freedom and Responsibility, the Philippine Center for Investigative Journalism, and the Thai Journalists Association. SEAPA also has partners in Malaysia, Cambodia, East Timor, and exiled Burmese media, and undertakes projects and programs for press freedom throughout the region.

For inquiries, please contact us at: seapa@seapa.org, or call +662 243 5579.

นักท่องเน็ตตั้งข้อสังเกตแปลข่าวหลังหุ้นตก ผิดฐานทุบหุ้นหรือ!?

Tue, 2009-11-03 16:40
source: 
ประชาไท

สองนักท่องเน็ตที่ถูกจับกรณีตำรวจตั้งข้อหาปล่อยข่าวลือได้รับการประกันตัวแล้ว ผู้สื่อข่าวสำรวจในวันที่ 14 ต.ค. หลังปิดตลาดหุ้นมีหลายเว็บรวมทั้ง “เอกยุทธ อัญชันบุตร” กล่าวถึงข่าวลือ ขณะที่พบว่าหนึ่งในผู้ถูกจับกุมแปลข่าวจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กและโพสต์ข้อความลงเว็บบอร์ดในเวลาที่ตลาดหุ้นปิดทำการแล้ว

วันนี้ (2 พ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานความคืบหน้า กรณีตำรวจไทยยินยอมให้ผู้ต้องหาในคดีปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับพระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้ง 2 รายได้รับการประกันตัวออกไปในวงเงิน 100,000 บาท ทั้งยังรายงานคำชี้แจงของนางธีรนันต์ วิภูชนิน หนึ่งในผู้ต้องสงสัย ซึ่งระบุว่าตนเพียงแค่แปลข่าวของสำนักข่าวบลูมเบิร์กมาเผยแพร่ลงในเว็บไซต์ หลังจากที่เกิดกรณีหุ้นตกไปเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวจากต่างประเทศทั้งสองสำนักยังได้พยายามติดต่อไปยังสำนักงานใหญ่ของบลูมเบิร์กในนครนิวยอร์กของสหรัฐอเมริกาเพื่อขอความคิดเห็นเพิ่มเติม แต่ไม่มีผู้ใดให้คำตอบในเรื่องดังกล่าวได้

ส่วนหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นของไทย รายงานคำให้สัมภาษณ์ของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งระบุว่าการปล่อยข่าวลืออัปมงคลเป็นการกระทำกันในลักษณะของขบวนการ และมีความเกี่ยวพันกับบุคคลหลายคน รวมถึงนิติบุคคล, สำนักข่าวในประเทศ และสำนักข่าวต่างประเทศ (1)

อย่างไรก็ตาม หากตรวจสอบข้อมูลและลำดับเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุที่มีผู้ปล่อยข่าวลือทุบหุ้น (14 ต.ค.2552) จะเห็นได้ว่าเว็บไซต์ด้านการเงินและการเล่นหุ้นของไทยมากกว่า 1 แห่ง ได้นำลิงค์ข่าวที่อ้างถึงข่าวลือเกี่ยวกับพระอาการประชวรมาเผยแพร่ด้วยเช่นกัน

โดยที่ห้องสินธร ในเว็บไซต์พันทิป มีผู้ตั้งกระทู้ “ยืนยัน ข่าวลือ ไม่มีมูล” เมื่อเวลา 16.35 น. ของวันที่ 14 ต.ค. โดยระบุว่า “เป็นการปล่อยข่าวอันเกี่ยวกับสถาบัน มันทำอย่างเป็นกระบวนการ จากต่างประเทศเพื่อทำลายความเชื่อมั่นนักลงทุน” และหลังจากนั้นได้มีผู้นำลิงค์เชื่อมต่อไปยังข่าวของบลูมเบิร์ก (2) ซึ่งเป็นการรายงานข่าวของนายโรเบิร์ต ฟรอสต์ ระบุว่า หุ้นไทยตกเพราะการคาดเดาเรื่องพระอาการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ (Thai Stocks, Baht Slump on King’s Health Speculation) ซึ่งรายงานข่าวนี้เผยแพร่เมื่อ 14 ต.ค. ในเวลาหลังตลาดหุ้นไทยปิดทำการ

ในเวลาต่อมา มีผู้ตั้งกระทู้ “เค้าว่ามาแบบนี้” ซึ่งนำลิงค์ข้อมูลอ้างอิงคำพูดของนายเอกยุทธ์ อัญชันบุตร (6) ระบุว่า

“วันที่ 14 ต.ค. 2552 นายเอกยุทธ อัญชันบุตร ประธานบริหารเครือโอเรียนเต็ล มาร์ท กรุ๊ป ประเทศอังกฤษ เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นในว่า วันนี้ครบรอบ 36 ปีของเหตุการณ์ 14 ตุลาฯมหาวิปโยค และก็ทำให้ตลาดหุ้นในไทยเกิดผลสะเทือน แม้ว่าในช่วงเช้าดัชนียังอยู่ในแดนบวก แต่เพราะมี “โบรกเกอร์สัญชาติสิงค์โปร์-ชื่อจีน” เป็นผู้ปล่อยข่าว โดยเมื่อเช้านี้ มีการช็อต TFEX (Thailand Futures Exchange : การซื้อขายสัญญาล่วงหน้า) ออกมาหลายพันสัญญา จากนั้นปิดตลาดช่วงเที่ยง ปรากฏว่า มีการปล่อยข่าวในเว็บไซต์ที่สิงค์โปร์ และผ่านมายังเว็บไซต์ในเมืองไทย เกี่ยวกับพระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ไม่เป็นผลดี ทำให้เกิดความกังวลในหมู่นักลงทุน จึงแห่เทขายหุ้นออกมา”
(ข้อความถูกเผยแพร่ในเว็บไซต์ของนายเอกยุทธ์ เมื่อเวลา 18.35 น. วันที่ 14 ตุลาคม 2552)

ทั้งนี้บทรายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์กที่เป็นการรายงานของนายโรเบิร์ต ฟรอสต์ ดังกล่าวนั้นถูกแปลนำเสนอในหลายที่ โดยข่าวชิ้นดังกล่าวถูกแก้ไขบนเว็บไซต์ของบลูมเบิร์ก 3 ครั้ง ซึ่งคาดว่าต้นฉบับที่ผู้ต้องหารายหนึ่งแปลนั้นเป็นสำนวนแรก (update1) และน่าจะเป็นสำนวนเดียวกันกับที่เผยแพร่ในแหล่งอื่นๆ เช่นกัน โดยปัจจุบันสำนักข่าวบลูมบิร์กยังคงเผยแพร่บทความชินดังกล่าวอยู่ แต่เป็นสำนวนที่แก้ไขครั้งที่ 3 (update3)

สำหรับบรรยากาศกระทู้ในห้องสินธรวันนี้ (2 พ.ย.) มีการตั้งกระทู้เรื่องข่าวทุบหุ้น เพียง 2 กระทู้ คือ “จากข่าวสองผู้ต้องหาทุบหุ้น.....ถามว่าอย่างนี้เรียกว่าทุบหุ้นหรอ” และ “ผู้ต้องหาสองคนที่โดนจับคดีทุบหุ้น----->ดูแปลกๆ”

โดยทั้ง 2 กระทู้ได้เปิดประเด็นเรื่องความน่าสังเกตในการจับกุม โดยมีการโพสต์ข้อมูลจากหน้าเว็บไซต์ประชาไทเว็บบอร์ด อ้างอิงวันเวลาที่ผู้ต้องหารายหนึ่งโพสต์ข้อความซึ่งแปลมาจากข่าวของสำนักข่าวบลูมเบิร์กอีกทอดหนึ่ง โดยเวลาในการโพสต์นั้นเป็นเวลา 18.09 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ตลาดหุ้นปิดทำการไปแล้ว
ผู้โพสต์กระทู้ “จากข่าวสองผู้ต้องหาทุบหุ้น.....ถามว่าอย่างนี้เรียกว่าทุบหุ้นหรอ” ตั้งข้อสังเกตว่า “.... เพราะคนที่โดนจับที่เป็นพี่ผู้หญิง เขาโพลส์ข้อความซึ่งได้จากการเเปลข่าวจากbloomberg ในเย็นวันที่14 หลังจากหุ้นตกไปเรียบร้อยเเล้ว ปิดตลาดเรียบร้อยเเล้ว (แต่นสพ.บางฉบับลงว่าลงวันที่13) “แสดงว่าต้องมีตัวการอื่นทำให้ดัชนีมันดิ่งลงก่อนหน้านี้เเล้ว เเล้วทำไมไม่หาคนๆนั้น แต่กลับมาจับแค่คนแปลข่าว แถมเว๊ปไซต์ที่ลง ก็ไม่ใช่เว๊ปที่พวกนักลงทุนเข้าไปเล่นเป็นหลักอยู่เเล้ว แล้วจะส่งผลมากมายขนาดนี้ได้อย่างไรคะ”

ท่าทีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรับมือกับข่าวลือซึ่งมีผลต่อบรรยากาศการลงทุน วันนี้ (2 พ.ย.) นายกรณ์ จาติกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้หารือกับนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และนางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เกี่ยวกับกรณีการปล่อยข่าวลือที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นในวันที่ 14 ต.ค. ที่ผ่านมา

โดย ก.ล.ต.ได้รายงานว่า การซื้อขายหุ้นของ 2 บุคคลดังกล่าวไม่พบสิ่งผิดปกติในการซื้อขายก่อนการปล่อยข่าวลือ แต่เป็นเพียงการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อย่างไรก็ตามขณะนี้ทาง ก.ล.ต. ได้มีหนังสือถึงบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทุกแห่งให้ช่วยตรวจสอบข้อมูลการซื้อขายหุ้นของ 2 ผู้ต้องหาดังกล่าว รวมถึงขยายผลไปยังการซื้อขายหุ้นให้กับผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ หรือบุคคลในสกุลเดียวกันว่าได้รับประโยชน์จากการปล่อยข่าวลือหรือไม่ ส่วน 2 โบรกเกอร์ที่ได้ตั้งข้อสังเกตก่อนหน้านี้ ไม่พบความเกี่ยวโยงกับ 2 ผู้ต้องหาที่จับตัวได้

ICT เร่งไล่ล่า แก๊งทุบหุ้น อยู่ในตลท.

Tue, 2009-11-03 16:34
source: 
ไทยรัฐ

รมว.ไอซีที เผยมือโพสต์ข่าวลือทุบหุ้น โพสต์ข้อความในหลายเว็บไซต์ และส่งต่อให้เพื่อนในตลาดหลักทรัพย์ อีกหลายคน ในจำนวนนี้พบผู้ต้องสงสัยมากกว่า 2 คน ส่งต่อข้อความต่อไปอีกทอดหนึ่ง ...

ว่าที่ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์​ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ หรือ ไอซีที ให้สัมภาษณ์ไทยรัฐออนไลน์ ถึงความคืบหน้าในการติดตามหาขบวนการปล่อยข่าวลือทุบหุ้นว่า จากการติดตามล่าสุด เบื้องต้น พบว่า เส้นทางการโพสต์ข้อความของ 2 ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปแล้ว คือ น.ส.ธีรนันต์ วิภูชนิน และ นายคฑา ปาจริยพงศ์ อายุ 34 ปี พนักงานมาร์เก็ตติ้ง บริษัทหลักทรัพย์เซมิโก้ นั้น ล่าสุด พบว่า ในกรณี ของ น.ส.ธีรนันต์ นั้น น่าจะมีการโพสต์ข้อความลงบนเว็บไซต์ต้นตอการเผยแพร่เพียงแห่งเดียว แต่ในกรณี ของ นายคฑา นั้น พบว่า ได้นำข้อความไม่บังควร ไปโพสต์อยู่ในหลายเว็บไซต์รวมทั้งยังมีการส่งต่อไปให้กับเพื่อน ๆ หลายคนในตลาดหุ้นอีกด้วย ซึ่งในจำนวนนี้พบผู้ต้องสงสัยมากกว่า 2 คน ที่มีการโพสต์ข้อความต่อไปอีกทอด ซึ่งในส่วนนี้ จะมีการดำเนินการเอาผิด ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ ต่อไปแน่นอน

ส่วนการดำเนินการกับเว็บไซต์ต้นตอการปล่อยข่าว ที่ น.ส.ธีรนันต์ นำข้อความไปโพสต์ นั้น เบื้องต้นคงต้องรอกระบวนการสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งหากพบว่ามีความเชื่อมโยงกับขบวนการปล่อยข่าวลือทุบหุ้นจริง ก็จะมีการดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับเจ้าของเว็บไซต์ ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 -15 ที่มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 100,000 หรือ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับทันที อย่างไรก็ดี ล่าสุดทางกระทรวงไอซีที ได้ประสานไปยัง บริษัทที่ให้บริการอินเตอร์เน็ต หรือ ( ISPs) กับเว็บไซต์ต้นตอข่าวแล้ว ว่า หากยังปล่อยปละให้เว็บไซต์ดังกล่าวซึ่งมีการกระทำเข้าข่ายหมิ่นเหม่ต่อความมั่นคงมาแล้วหลายครั้งกระทำการในลักษณะแบบนี้ต่อไป ทางกระทรวงก็จะดำเนินการปิดบริษัท ISP เสียเองด้วย

ด้าน นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวกับไทยรัฐออนไลน์ ว่า เรื่องดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะเป็นผู้ให้ข่าว แต่ได้มอบหมายหน้าที่ให้ ตลท.ชี้แจง หากเกี่ยวข้องกับการชี้แจงภาวะตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่หากเรื่องใดที่เกี่ยวกับมาตรการ รมว.คลัง จะเป็นผู้ชี้แจง

ผจก.ตลท.​ กล่าวถึงความผิดอาจจะเชื่อมโยงกับ พรบ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่า เบื้องต้นยังเป็นการพบความผิด ตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ เกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูล ยังไม่ได้โยงมาถึง พรบ.หลักทรัพย์ ฯ ซึ่งข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการหลักทรัพย์ และ ตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) จะเป็นผู้ให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน โดยเบื้องต้นได้มอบข้อมูลให้พนักงานสอบสวน ล่าสุด ตลท. ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้น ตามที่หน่วยงานตรวจสอบร้องขอมา และได้ส่งข้อมูลไปแล้ว