บันทึกทางวิชาการ

แนวการจัดทำ "Privacy Policy" (นโยบายความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคล) [สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์]

Wed, 09/16/2009 - 20:14

แนวการจัดทำ "Privacy Policy"
โดย สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

คำนำ

หนังสือเล่มนี้ ถูกจัดทำขึ้นด้วยวัตถุประสงค์หลักๆ 2 ประการ ประการแรก เพื่อให้เจ้าของเว็บไซต์ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นในการจัดทำ Privacy Policy สำหรับเว็บไซต์ของตน และประการที่สอง เพื่อสร้างความตื่นตัวให้แก่เจ้าของเว็บไซต์ของไทยให้เห็นถึงความสำคัญของความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ และความจำเป็นในการให้ความคุ้มครองความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว

ในการจัดทำหนังสือเล่มนี้ ทางศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ โดยสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ศึกษาตัวอย่างการจัดทำ Privacy Policy ของเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงหลายๆ เว็บไซต์ เพื่อนำเสนอแนวทางการจัดทำ Privacy Policy ในเบื้องต้นให้แก่ทางเว็บไซต์ นอกจากนี้ศูนย์ฯ ยังได้ทำการสำรวจการจัดทำ Privacy Policy และการใช้เครื่องหมายรับรองของเว็บไซต์ที่จดทะเบียนหรือดำเนินงานในประเทศไทย เพื่อให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพการณ์ปัจจุบันในเรื่องดังกล่าว

ศูนย์ฯ หวังว่า หนังสือเล่มนี้น่าจะช่วยให้ผู้อ่านได้เห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นในการให้คุ้มครองความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคลในการทำธุรกรรมทางหรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และน่าจะช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจหรือเจ้าของเว็บไซต์เห็นถึงความสำคัญของ Privacy Policy เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการหรือผู้แวะชมเว็บไซต์ต่อไป

ผลกระทบของกฎหมายหมิ่นประมาทต่อเสรีภาพในการแสดงออกในไทย [อาร์ติเคิล 19 & สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ]

Fri, 07/31/2009 - 14:56

for English: Impact of Defamation Law on Freedom of Expression in Thailand

เผยแพร่เมื่อ 29 ก.ค. 2552

รายงานกฎหมายหมิ่นประมาทของประเทศไทย

อาร์ติเคิล 19 และสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติได้ร่วมกันเผยแพร่รายงาน “ผลกระทบของกฎหมายหมิ่นประมาทต่อเสรีภาพในการแสดงออกในไทย” ซึ่งรายงานฉบับนี้ได้พูดถึงลักษณะของกฎหมายหมิ่นประมาทของไทยและผลที่มีต่อการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก

อาร์ติเคิล 19 และสภาการหนังสือพิมพ์เชื่อว่ารายงานฉบับนี้ได้เผยแพร่ในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะในไทยเนื่องจากคดีหมิ่นประมาทต่างๆทั้งที่ยังเป็นคดีอยู่และคดีที่เป็นที่สนใจของสาธารณชนได้บั่นทอนการทำงานของสื่อในการรายงานเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

รายงานฉบับนี้ได้อธิบายโดยละเอียดให้เห็นว่ามีการใช้กฎหมายหมิ่นประมาทกันอย่างไรในไทยทั้งในแง่สารบัญญัติและวิธีพิจารณาความและผลกระทบที่มีต่อการได้รับข้อมูลข่าวสารและการแสดงความคิดเห็น นอกจากนี้ยังได้พูดถึงคดีหมิ่นประมาทบางคดีในไทยโดยละเอียดซึ่งแสดงให้เห็นถึงการใช้กฎหมายนี้ในทางจำกัดการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง และได้พูดถึงกฎหมายอื่นๆที่จำกัดเสรีภาพในไทยด้วย เช่น ความผิดเกี่ยวกับหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งได้มีการบังคับใช้กฎหมายนี้มากขึ้นในสองสามปีผ่านมาเพื่อจำกัดการพูดในที่สาธารณะถึงบุคคลสาธารณะบางกลุ่ม

ในตอนท้ายของรายงานฉบับนี้ได้พูดถึงข้อเสนอแนะในการแก้ไขกฎหมายหมิ่นประมาทในไทยเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานการคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออกในระดับสากลและที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญของไทย โดยได้เสนอแนะให้แก้โทษอาญาของความผิดฐานหมิ่นประมาท เพิ่มบทบัญญัติที่จะช่วยการต่อสู้คดีของฝ่ายจำเลย เช่นกำหนดให้บุคคลสาธารณะต้องอดทนต่อการถูกวิพากษ์วิจารณ์มากกว่าบุคคลทั่วไป และกำหนดจำนวนค่าเสียหายสูงสุดที่ศาลอาจให้ได้ในคดีหมิ่นประมาท

รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการความร่วมมือระหว่างอาร์ติเคิล 19 กับสภาการหนังสือพิมพ์ ซึ่งโครงการนี้ยังได้จัดประชุมต่อเนื่องกับบุคคลหลากสาขาอาชีพเพื่อหารือถึงปัญหาของกฎหมายหมิ่นประมาท และได้ร่างข้อเสนอแนะเพื่อการแก้ไขกฎหมายนี้เพื่อเสนอให้จัดทำเป็นร่างพระราชบัญญัติแก้ไขกฎหมายต่อไป อาร์ติเคิล 19 และสภาการหนังสือพิมพ์ขอเรียกร้องให้ทางการของไทยดำเนินการแก้ไขกฎหมายหมิ่นประมาทเพื่อให้สอดคล้องกับข้อเสนอแนะของเราโดยเรายินดีที่จะให้ความสนับสนุนและช่วยเหลือเพื่อการนี้

หมายเหตุสำหรับบรรณาธิการ

  • รายงานฉบับภาษาอังกฤษหาอ่านและดาวน์โหลดได้จาก www.article19.org/pdfs/analysis/thailand-impact-of-defamation-law-on-freedom-of-expression.pdf ส่วนฉบับภาษาไทยได้จาก www.article19.org/pdfs/analysis/thailand-impact-of-defamation-thai.pdf
  • หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อ โทบี้ เมนเดล ที่ปรึกษากฎหมายอาวุโส อีเมล์ a19law@hfx.eastlink.ca โทรศัพท์ +1 902 431 3688
  • อาร์ติเคิล 19 เป็นองค์กรสิทธิมนุษยชนอิสระซึ่งดำเนินกิจกรรมในระดับสากลเพื่อคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิในเสรีภาพในการแสดงออก โดยชื่อนี้ได้มาจากข้อ 19 ของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนซึ่งคุ้มครองความเป็นอิสระในการพูด