intellectual property

โวยติดสนิฟเฟอร์ ชาวเน็ตยี้ แก้โหลดหนังเพลง

Wed, 01/27/2010 - 03:07

สังคมออนไลน์ มีกระแสต่อต้านหนัก รัฐบาลเล็งติดสนิฟเฟอร์ ตรวจสอบการดาวน์โหลดหนัง-เพลงเถื่อน ระบุ ทางออกมีมากกว่าการลงทุนติดอุปกรณ์ดักจับข้อมูล ย้ำ เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล บนอินเทอร์เน็ต และ อาจไม่ช่วยแก้การละเมิดลิขสิทธิ์ได้...

จากกรณีข่าวที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้ประสานขอความร่วมมือจากภาคเอกชนในการแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต นอกจากนั้นคณะทำงานกำกับดูแลและเฝ้าระวังการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ยังได้มีมติเสนอให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เพิ่มหลักเกณฑ์ในการ ออกใบอนุญาตให้กับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ต้องติดตั้งอุปกรณ์ดักจับข้อมูลบนเครือข่าย อินเทอร์เน็ต หรือสนิฟเฟอร์ (Sniffer) ไว้ที่อินเทอร์เน็ตเกตเวย์ด้วย เพื่อดักข้อมูลการใช้งานดูว่ามีการดาวน์โหลดโปรแกรม หรือคอนเทนท์ละเมิดลิขสิทธิ์ บนอินเทอร์เน็ต จนกลายเป็นกระแสต่อต้านของคนออนไลน์ และผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการอินเทอร์เน็ต ลามไปยังเว็บไซต์สังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ค และทวิตเตอร์ ในหัวข้อ #Thainosniff

นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล บรรณาธิการเว็บไซต์โอเพ่นออนไลน์ และตัวแทนของเครือข่ายพลเมืองเน็ต กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า หากเปรียบเทียบอินเทอร์เน็ต คือ ถนนทางหลวง สนิฟเฟอร์ไม่ใช่แค่การตั้งด่านตรวจจับ แต่เป็นการตั้งกล้องสอดแนมไปในรถทุกคันที่ใช้ถนน แม้ว่าสนิฟเฟอร์ไม่ใช่เครื่องมือที่เลวร้ายเมื่อมองที่เจตนาการลดละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา แต่การสอดแนมแบบนี้ก็ยากที่จะยอมรับได้ โดยจำเป็นถึงขนาดต้องสงสัยคนทั้งประเทศเลยหรือ ที่ผ่านมามีแต่ประเทศจีน และสหรัฐอเมริกาที่ใช้การสนิฟเฟอร์ เพื่อเฝ้าระวังกลุ่มผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อการร้าย หรือ เหตุผลด้านความมั่นคงเป็นหลัก

ตัวแทนของเครือข่ายพลเมืองเน็ต กล่าวต่อว่า บางทีเรื่องนี้อาจเป็นการลงทุนที่ได้ไม่คุ้มเสีย เพราะต้นทุนในการติดตั้งอุปกรณ์ที่มีมูลค่ามหาศาลกว่า 8 หลัก การที่ประชาชนสูญเสียความเป็นส่วนตัว ไอเอสพีแบกรับภาระต้นทุน ความเร็วอินเทอร์เน็ตช้าลง หากทาง กทช.รับรองแล้วออกประกาศออกมาจริง คงต้องมีการยื่นเรื่องให้ทบทวนในการติดตั้งเครื่องมือดักจับข้อมูลกันอีกครั้ง เชื่อว่าประเด็นการต่อต้านสนิฟเฟอร์ จะทำให้ประชาชนทั่วไปรู้และตระหนักว่าการสื่อสารบนอินเทอร์เน็ตปลอดภัยแค่ไหน

นางสาวสฤณี กล่าวอีกว่า ทางที่ดีทั้งภาครัฐและเอกชนมาช่วยกันรณรงค์สร้างจิตสำนึก ในการใช้อินเทอร์เน็ตที่ถูกต้องให้ผู้บริโภค เพิ่มช่องทางในการแจ้งเบาะแสของเว็บไซต์ให้ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเราควรมองหาทางออกที่ไม่ละเมิดสิทธิ์ของประชาชน และไม่ตั้งข้อสงสัยคนทั้งประเทศแบบนี้ แต่พยายามชี้ถึงประโยชน์ของอินเทอร์เน็ต กระจายความเข้าใจที่ถูกต้องให้ออกไปแบบกว้างขวาง ทั้งนี้แม้เหตุผลของรัฐที่ต้องการดักข้อมูลบางอย่าง ไม่ได้เข้ามาดูข้อมูลทั้งหมด แต่การที่ข้อมูลตกอยู่ในมือภาครัฐ นั่นก็เป็นความเสี่ยงของผู้ใช้งาน

ด้าน นายศุภเดช สุทธิพงศ์คณาสัย ผู้เชี่ยวชาญด้านอินเทอร์เน็ต สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย กล่าวว่า เนื่องจาก Sniffer คือ โปรแกรมที่แฮกเกอร์ ใช้ดักอ่านข้อมูลที่วิ่งไป-มาบนระบบเน็ตเวิร์ค หรือ Traffic โดย Sniffer จะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และคอยดักฟังข้อมูลในเครือข่าย เพื่อนำมาวิเคราะห์หรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งในการนำข้อมูลไปใช้ ประโยชน์ หากมีการสนิฟเฟอร์จริงการใช้อินเทอร์เน็ตในอนาคตคงต้องระมัดระวังกันมาก จะโพสต์ จะพิมพ์อะไรลงไปต้องคิดกันมากขึ้น ขณะเดียวกัน เหล่าแฮกเกอร์ก็อาจมารวมตัวกันเพื่อถล่มหน่วยงานภาครัฐก่อนจะดักข้อมูลได้ เพราะไปยั่วยุ

ผู้เชี่ยวชาญด้านอินเทอร์เน็ต กล่าวอีกว่า เรื่องการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์เถื่อน ต้องทำความเข้าใจกับผู้ใช้งานว่า ยังมีโปรแกรมฟรีแวร์เป็นทางเลือกให้ดาวน์โหลดเอาไปใช้งาน โดยโปรแกรมเหล่านี้มีคุณสมบัติ และการทำงานไม่ต่าง หรือดีกว่าโปรแกรมลิขสิทธ์เสียอีก อาทิ ชุดโปรแกรมสุริยันจันทราของสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า ที่ทำแผ่นซีดีแจกออกมา โดยจำเป็นที่ต้องลบค่านิยมการใช้ซอฟต์แวร์แบบผิดๆ หากจะแก้เรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งนี้ที่ผ่านมาเมืองไทยไม่เคยปลูกฝังเรื่องการใช้โปรแกรมลิขสิทธิ์เลย ตั้งแต่ระดับโรงเรียน คนไม่รู้ว่าการใช้ซอฟต์แวร์นั้นมีค่าใช้จ่าย

ส่วน นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ อุปนายกสมาคมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย กล่าวว่า ขณะนี้ เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ภาครัฐจำเป็นต้องเข้าใจ และ คนทั่วไป ต้องเข้าใจกระบวนการของรัฐ บางครั้งการทำงานอาจไม่รอบด้าน หรือไม่เท่าทัน ดังนั้น ทั้งรัฐและเอกชน ควรหันหน้ามาคุยกัน เพื่อร่วมกันพิจารณาว่ามีทางอื่น หรือไม่ นอกจากการสนิฟเฟอร์ข้อมูล เชื่อว่าในหน่วยงานรัฐยังมีคนเก่งๆ มากมายยินดีเข้ามาทำงาน ทั้งนี้หากรัฐบาลเอาจริงก็คงกันได้ไม่หมด เพราะคนที่ใช้งานก็ยังมีวิธีหลบหลีกได้อยู่ดี

source: 
ไทยรัฐ

ไอซีทีจับมือ5 หน่วยงานวางแนวกำกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาผ่านอินเทอร์เน็ต

Wed, 01/20/2010 - 14:57

นายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยว่า ปัจจุบันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น คณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงได้เห็นชอบให้กำหนดยุทธศาสตร์ทรัพย์สินทางปัญญา และแผนเร่งรัดการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาตามที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์เสนอ โดยมอบหมายให้กระทรวงไอซีทีรับผิดชอบในการเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และรายงานความคืบหน้าให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาทราบ ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล จึงได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานกำกับดูแลและเฝ้าระวังการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตขึ้น โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงไอซีที กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ร่วมเป็นคณะทำงาน และมีนายอาจิน จิรชีพพัฒนา ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นประธาน

“คณะทำงานกำกับดูแลฯ ชุดนี้จะประสานการดำเนินงานเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ พร้อมทั้งศึกษา รวบรวมข้อมูล ติดตามและเฝ้าระวังการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นประจำทุกเดือน เพื่อรายงานผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรคต่างๆ ให้ปลัดกระทรวงไอซีที และคณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติทราบเป็นประจำ” นายสือกล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของคณะทำงานกำกับดูแลฯ นั้น ได้แก่ การวางแนวทางและกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงานในเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การประสานขอความร่วมมือจากภาคเอกชนในการแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

นอกจากนั้นคณะทำงานกำกับดูแลฯ ยังได้มีมติเสนอให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติเพิ่มหลักเกณฑ์ในการออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการต้องติดตั้งอุปกรณ์ดักจับข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือ Sniffer ไว้ที่เกตเวย์ด้วย ซึ่ง Sniffer คือ โปรแกรมที่ใช้ดักอ่านข้อมูลที่วิ่งไป-มาบนระบบเน็ตเวิร์ค หรือ Traffic โดย Sniffer นี้จะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์และคอยดักฟังข้อมูลในเครือข่าย เพื่อนำมาวิเคราะห์หรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งในการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวในทางกฎหมายต้องดูเจตนาของการกระทำเป็นหลัก หากเป็นการกระทำโดยมิชอบนั้นถือเป็นความผิดตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550

อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับข้อเสนอดังกล่าว ทางคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติได้แจ้งว่าจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการฯ ก่อน ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการโครงการความร่วมมือจัดตั้งศูนย์รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติในการพิจารณาว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป

source: 
ฐานเศรษฐกิจ

โอบามาเลือกนักกฎหมายคู่ซี้อุตฯแผ่นเสียง นั่งเก้าอี้ยุติธรรม

Tue, 01/13/2009 - 23:22

ในฐานะผู้สมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดี บารัค โอบามา ได้รับการสนันสนุนอย่างอบอุ่นจากกลุ่มที่ต่อสู้เรื่องกฎหมายกับอุตสาหกรรมบันทึกเสียง ลอว์เรนซ์ เลสสิก อาจารย์กฎหมายที่ชูธงนำขบวนการ “วัฒนธรรมเสรี” สนับสนุนวุฒิสมาชิกจากรัฐอิลลินอยส์ผู้นี้อย่างเปิดเผย เช่นเดียวกับ เอริก ชมิดท์ ซีอีโอของกูเกิล และกระทั่งพรรคไพเรตปาร์ตี้อเมริกา ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่ต่อสู้เพื่อการปฏิรูประบบทรัพย์สินทางปัญญาและมีแนวร่วมในระดับนานาชาติ

แต่นั่นก็เป็นเรื่องในสมัยนั้น ในฐานะผู้ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีที่รอรับตำแหน่ง การตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีอันดับแรก ๆ ของโอบามาก็คือ การเลือก Tom Perrelli ทนายคู่บุญของสมาคมอุตสาหกรรมบันทึกเสียงแห่งอเมริกา หรือ RIAA คู่ปรับชาวเพียร์ทูเพียร์ มานั่งเก้าอี้อันดับสามในกระทรวงยุติธรรม และเลือก David Ogden ทนายที่ดูแลการปกป้องสนับสนุน พ.ร.บ.ขยายการคุ้มครองลิขสิทธิ์ (Copyright Term Extension Act) ที่เลสสิกและพันธมิตรของเขาได้ร่วมกันฟ้องเพื่อยกเลิกแต่ไม่สำเร็จ มานั่งเก้าอี้อันดับสอง

source: 
CNET News, 6 ม.ค. 2552