Suwicha Thakhor

สุวิชา ท่าค้อ

Prisoner freed after Thai king pardons royal insult

Thu, 07/01/2010 - 11:31
source: 
AFP

BANGKOK, Thailand (AFP) - – An engineer given a 10-year jail sentence for posting pictures on the Internet said to insult Thailand's revered monarchy has been pardoned by the king, a prison official said Wednesday.

Suvicha Thakhor was convicted of violating computer and strict lese majeste rules last year after a court found that he had doctored images of the royal family before putting them on the web.

The Thai national was given his freedom after successfully applying for a royal reprieve, according to Korkiat Kasiwiwat, deputy director general of the country's Correction Department.

"The king granted him the royal pardon on June 28 and Suvicha is already free from prison," he said.

Thailand's lese majeste regulations, which criminalise any insult or defamation of the royal family, are punishable by up to 15 years in jail. Anyone can file a complaint of lese majeste, which police are duty-bound to investigate.

In recent years the Thai government has removed tens of thousands of web pages from the Internet for insulting the monarchy. It has recently approved the creation of a special cyber crime agency to stamp out online criticism of the royal family.

King Bhumibol, the world's longest-reigning monarch, has been hospitalised since September and has made no direct public comment on Thailand's recent political turmoil, which has left 90 people dead since mid-March.

ใบแจ้งข่าวเครือข่ายพลเมืองเน็ต เรื่อง การดำเนินคดี พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ต่อพลเมืองเน็ต ฉบับที่ 2

Sun, 06/21/2009 - 23:59

ใบแจ้งข่าวเครือข่ายพลเมืองเน็ต

เรื่อง ความคืบหน้าการดำเนินคดี พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ต่อพลเมืองเน็ต

ตั้งแต่พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2550 และมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นสามสิบวันหลังจากนั้น ได้มีผู้ถูกดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก หลายคดีส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลต่อการบังคับใช้กฎหมายอย่างคลุมเครือขาด ความชัดเจน สร้างบรรยากาศความหวาดกลัวให้กับผู้ใช้อินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะการตีความบทบัญญัติความผิด มาตรา 14 และ 15

มาตรา 14 ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 14 (2) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความ ตื่นตระหนกแก่ประชาชน

มาตรา 14 (4) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้

มาตรา 15 ผู้ให้บริการผู้ใดจงใจ สนับสนุน หรือยินยอมให้มีการกระทำความผิดตามาตรา 14 ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตามมาตรา 14

เครือข่ายพลเมืองเน็ต ขอแจ้งข่าวสารล่าสุดของ 3 คดีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นความไม่ชัดเจนของกระบวนการบังคับใช้กฏหมาย โดยเฉพาะการใช้ดุลยพินิจในการจับกุมดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่รัฐ

  1. คดีที่อยู่ในชั้นอัยการ

    คดีของ จีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการและผู้ดูแลเว็บบอร์ดของหนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท http://www.prachatai.com/webboard ซึ่งถูกกองปราบปรามจับกุมดำเนินคดีเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2552 ด้วยข้อกล่าวหาตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 15 เนื่องเพราะไม่ได้ลบข้อความในเว็บบอร์ด ที่เข้าข่ายขัดต่อกฎหมายดังกล่าว ภายในเกณฑ์เวลาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งไว้ ในขณะที่จีรนุชได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาและยืนยันเจตนาบริสุทธิ์ เนื่องจากได้ลบข้อความดังกล่าวออกทันทีที่ได้รับแจ้ง และได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติตามกฎหมายตลอดมา

    ความคืบหน้าล่าสุด กองปราบปรามได้สรุปสำนวนทั้งหมดเพื่อส่งคดีดัง กล่าวไปที่พนักงานอัยการ โดยได้นัดจีรนุชที่สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อรายงานตัวและประกันตัวในชั้นอัยการในวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2552 เวลา 14.00 น. จากนั้นพนักงานอัยการได้นัดฟังคำสั่งว่าจะส่งฟ้องศาลหรือไม่ในวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2552 เวลา 9.00 น. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก

  2. คดีที่อยู่ในชั้นศาล

    คดีของ ศิริพร สุวรรณพิทักษ์ ผู้ให้บริการเว็บไซต์ 212cafe.com ซึ่งถูกจับกุมภายใต้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (4) และมาตรา 15 เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2551 ในข้อหาปล่อยให้มีภาพที่มีลักษณะลามกปรากฏอยู่บนเว็บบอร์ด ทั้งนี้ ผู้ต้องหาคือศิริพร ชี้แจงว่าเนื่องจาก 212cafe เป็นเว็บบอร์ดฟรีที่เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปเผยแพร่ข้อความได้ด้วยตัวเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจโทรมาแจ้งให้ลบภาพดังกล่าวโดยมิได้ส่งโทรสารหรือจดหมายแจ้ง ที่อยู่ URL ตามที่ภรรยานายศิริพรร้องขอ ทำให้ต้องใช้เวลาค้นหาเพื่อทราบ URL ดังกล่าว ซึ่งเมื่อทราบแล้วก็ได้ลบออกโดยทันที ทั้งนี้อาจล่าช้าจากที่ได้รับแจ้งประมาณ 7 วัน ปรากฏว่าศิริพรถูกจับกุมดำเนินคดีและไม่สามารถประกันตัวได้ทันที ต้องถูกคุมตัวอยู่ในห้องขังของสถานีตำรวจเป็นเวลาหนึ่งคืนและได้รับการ ประกันตัวในวันรุ่งขึ้น

    ความคืบหน้าล่าสุด พนักงานอัยการได้ส่งฟ้องคดีต่อศาลอาญา และศาลอาญาได้มีคำสั่งนัดพร้อมเปิดคดีเป็นครั้งแรกในวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2552 เวลา 13.30 น. ที่ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก

  3. คดีที่ได้รับคำพิพากษาถึงที่สุด

    คดีของ สุวิชา ท่าค้อ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ซึ่งถูกจับและดำเนินคดีภายใต้ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2552 เนื่องจากการเผยแพร่เนื้อหาที่ขัดต่อกฎหมายดังกล่าวผ่านสื่อออนไลน์ จากนั้นเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2552 ศาลอาญาชั้นต้นได้ตัดสินโทษจำคุก 20 ปี แต่เนื่องจากจำเลยรับสารภาพศาลจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่งคือ 10 ปี จากนั้นสุวิชาและครอบครัวเตรียมขอพระราชทานอภัยโทษหลังจากครบกำหนดอุทธรณ์ 30 วัน (3 พ.ค. 2552) ซึ่งสุวิชาตัดสินใจไม่อุทธรณ์

    ความคืบหน้าล่าสุด อัยการไม่อุทธรณ์ต่อ ศาลมีคำสั่งให้คดีถึงที่สุด วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2552 ทนายของสุวิชาจะยื่นขอพระราชทานอภัยโทษต่อสำนักราชเลขาธิการในวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2552

เครือข่ายพลเมืองเน็ต เห็นความสำคัญของการดำเนินคดีของทั้งสามกรณีดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง เนื่องเพราะเป็นคดีที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของการบังคับใช้ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 อีกทั้งมาตรฐานการดำเนินคดีรวมทั้งคำพิพากษาจะกลายเป็นบรรทัดฐานต่อการ ดำเนินคดีต่อพลเมืองเน็ตต่อไป เครือข่ายพลเมืองเน็ตขอให้ทุกฝ่ายติดตามความเคลื่อนไหวเรื่องดังกล่าวอย่าง ใกล้ชิด รวมทั้งเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้แนวทางที่ชัดเจนในการกำกับดูแล อินเทอร์เน็ต รวมไปถึงการเปิดโอกาสให้พลเมืองผู้ใช้อินเทอร์เน็ต รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ได้มีโอกาสสะท้อนความคิดเห็นถึงปัญหาและผลกระทบจากการใช้พระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

เครือข่ายพลเมืองเน็ต
21 มิถุนายน 2552

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://thainetizen.org

สอบถาม เสนอแนะ ได้ที่ freethainetizen AT gmail.com
ทวิตเตอร์ http://twitter.com/thainetizen

อัยการไม่อุทธรณ์คดี ‘สุวิชา’ ทนายเตรียมยื่นปิดคดีพรุ่งนี้

Tue, 06/02/2009 - 13:28
source: 
ประชาไท

ความคืบหน้าคดีนายสุวิชา ท่าค้อ ซึ่งถูกศาลตัดสินจำคุก 10 ปี ในความผิดตามพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และมาตรา 112 ของกฏหมายอาญา และอัยการได้ยื่นคำร้องต่อศาลขยายระยะเวลาอุทธรณ์จากวันที่ 3 พ.ค. เป็นวันที่ 1 มิ.ย. นั้น เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.ท. พิชิต นนทสุวรรณ พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 สำนักงานอัยการสูงสุดยื่นคำแถลงต่อศาลว่า ตามคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ของพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 โจทก์ ฉบับลงวันที่ 29 เม.ย. 2552 ที่ได้ยื่นขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ในคดีนี้ และทางศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายอุทธรณ์ไปถึงวันที่ 1 มิ.ย. 2552 นั้น อัยการฝ่ายคดีศาลสูงมีคำสั่งไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลอาญาและอธิบดีกรม สอบสวนคดีพิเศษเห็นพ้องด้วยกับคำสั่งไม่อุทธรณ์ โจทก์จึงไม่อุทธรณ์คดีนี้

นาย อานนท์ นำพา ทนายของนายสุวิชา กล่าวกับประชาไทว่าเมื่อทางอัยการไม่ดำเนินการอุทธรณ์ ทนายความก็จะดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ศาลสั่งคดีถึงที่สุดต่อไป โดยอาจจะดำเนินการในวันพรุ่งนี้ หรืออย่างช้าที่สุดในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ หลังจากนั้นจะเตรียมการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษต่อไป

ความคืบหน้าคดีของคุณจีรนุช และคดีของคุณสุวิชา

Tue, 06/02/2009 - 03:45

คดีของคุณจีรนุช เปรมชัยพร

ในวันนี้ ตำรวจกองปราบปรามได้ส่งสำนวนฟ้องคดีคุณจีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท ไปยังสำนักงานอัยการแล้ว และ ดร.ฉันทนา บรรพศิริโชติ หวันแก้ว จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ใช้ตำแหน่งประกันตัวคุณจีรนุชในชั้นอัยการ จากนั้นอัยการได้นัดฟังคำสั่งว่าจะส่งฟ้องคดีนี้ต่อศาลหรือไม่ ในวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552

คดีของคุณสุวิชา ท่าค้อ

ในวันนี้ คดีของคุณสุวิชา ท่าค้อ ได้ถึงที่สุดกลายเป็นคดีหมายเลขแดง (คดีที่ศาลชั้นต้นได้มีการตัดสินแล้ว) เนื่องจากอัยการมีคำสั่งไม่อุทธรณ์ต่อ ดังนั้นคุณสุวิชาจึงต้องโทษจำคุก 10 ปี

Self censorship plagues net

Thu, 05/28/2009 - 19:01
source: 
Bangkok Post

Fear of severe penalties for breaching security regulations have led to many internet-based public forums adopting a policy of self-censorship, a seminar was told yesterday.

The 2007 Computer Crimes Act which allows officials to shut websites and jail the operators have forced webmasters to impose stricter content controls.

"They use their own judgement to decide which questions and replies in the forums are dangerous and then delete them to avoid problems," said Sarinee Achawanantakul of Thai Netizen Network, a group of internet users campaigning for cyber community rights.

Internet service providers made things worse, Ms Sarinee said. Some toe the state line by helping officials block websites which they consider inappropriate.

"But these methods are not effective," Ms Sarinee told a seminar held at Thammasat University to mark the launch of a website featuring the life of university founder Pridi Banomyong, a former prime minister and statesman.

She said the methods only violated rights to expression of opinion. The government and website operators should respond to groundless content by correcting facts and using technicians to track those who were involved.

The government is closely watching websites which serve as forums on social and political issues after they became popular channels. Some had become so powerful they could direct public opinion or cause changes in society, said media scholar Ubonrat Siriyuwasak.

More appropriate actions to regulate these websites would benefit people as "net power and email forwarding draws public participation in helping to decide some state policies", Ms Ubonrat said.

Two cases related to internet-related offences have stood out. Prachatai operator Jiranut Premchaiporn was charged on March 6 after she allegedly failed to delete inappropriate words.

Internet user Suwicha Thakhor became the first casualty of the Computer Crimes Act when jailed for posting an edited photo on his blog deemed defamatory to His Majesty the King.