ระดมคนไอทีถกอนาคตเน็ตปี 2020
คาดอีก10 ปี ลดช่องว่างการเข้าถึงข้อมูล หวังใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ เตรียมวางกรอบการใช้อินเทอร์เน็ต ยื่นข้อเสนอรัฐบาล องค์กรอิสระ ภายใน ธ.ค.52…
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (29 ส.ค.) เครือข่ายพลเมืองเน็ต ร่วมกับ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) มูลนิธิหนังไทย และศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิจัยอนาคตของสื่อหลายแขนงในประเทศไทย ระหว่างปี 2010-2020 ว่าจะมีลักษณะอย่างไร ภายใต้โครงการ จินตนาการปฏิรูปสื่อทศวรรษหน้า 2010-2020
นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ รองประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) กล่าวว่า จากข้อมูลปี 2551 ของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค ระบุว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมีจำนวน 10 ล้านคน ขณะที่มีจำนวนประชากรประมาณ 63 ล้านคน โดยคาดการณ์ว่าปี 2020 หรืออีก 10 ปีข้างหน้า จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านคน เป็นทั้งเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป จึงต้องมีนโยบายเข้ามากำกับดูแลพฤติกรรมการใช้งานอย่างชัดเจนเพื่อให้เกิด ความเหมาะสม และไม่เกิดปัญหาตามมา
รองปธ.คปส. กล่าวต่อว่า ขณะนี้การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารมีมากขึ้นทุกกลุ่ม โดยเฉพาะในกลุ่มแด็กที่ยังขาดความรู้เวลาโพสรูปลงในเว็บ เพราะรูปดังกล่าวจะอยู่ที่เว็บตลอดไป ทั้งนี้ จึงต้องมีนโยบายเสนอต่อรัฐบาล พรรคการเมือง และองค์กรอิสระ อย่างเหมาะสม เพื่อลดปัญหาสังคม โดยคาดการณ์ว่า 10 ปี ข้างหน้าจะนำไปสู่เทคโนโลยีที่มีความสร้างสรรค์
“ข้อเสนอเชิงนโยบาย จะเปิดใจรับมือกับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น เพื่อให้ใช้งานอย่างเท่าเทียมกัน ส่งผลให้เกิดความลงตัวในเสรีภาพ และความรับผิดชอบ นอกจากนี้ ยังช่วยลดช่องว่างการเข้าถึงเทคโนโลยี การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร อย่างไรก็ตาม รัฐบาลต้องสนับสนุน โดยคาดว่ากลางเดือนธ.ค.2552 จะสรุปข้อเสนอ เตรียมให้นักการเมือง ในการเลือกตั้งครั้งใหม่ และภาคประชาสังคม และสาธารณะรับรู้ต่อไป” นางสาวสุภิญญา กล่าว
นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ที่ปรึกษาด้านไอที บริษัท สยามอินเทลลิเจนซ์ยูนิต เครือข่ายพลเมืองเน็ต กล่าวว่า การวิจัยเพื่อหาอนาคตของสื่ออินเทอร์เน็ตปี 2020 ใช้วิธีจัดโฟกัสกรุ๊ป (focus group) ของตัวแทนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตและผู้เชี่ยวชาญด้านอินเทอร์เน็ตกว่า 20 คน อาทิ เว็บUbuntuclub.com นายพิชัย พืชมงคล กรรมการบริหาร บริษัท สำนักกฎหมายธรรมนิติ จำกัด นิสิต คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผสมกับการใช้แบบสอบถามเพื่อรวบรวมความคิดเห็นของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตโดยตรง ว่า มองอนาคตของอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยอีก 10 ปีข้างหน้าเป็นอย่างไร พร้อมทั้ง ร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อเป็นข้อมูลในการวิจัยต่อไป
ที่ปรึกษา ด้านไอที บ.สยามอินเทลลิเจนซ์ยูนิต กล่าวต่อว่า การรวมกลุ่มครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้บรรดานักอินเทอร์เน็ตร่วมศึกษา วิเคราะห์ อันจะทำให้เกิดชุดความคิดเห็นที่ต่างกัน ในการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรีในหัวข้อที่กำหนด เช่น อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง บรอดแบนด์ ยังดีพอ ให้คนทั่วไปใช้ได้หรือไม่ ช่องว่างของคนที่ใช้ภาษาไทยและอังกฤษจะแคบหรือกว้างขึ้น และแนวโน้มการกำกับดูแลอินเทอร์เน็ต เป็นต้น
Post new comment