เครือข่ายปฏิรูปสื่อจับมือศึกษาอนาคตสื่อไทย

Submitted by tewson on Fri, 2009-07-24 09:56
source: 
ไทยรัฐ, 24 ก.ค. 2552

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (23 ก.ค.) คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) ร่วมกับเครือข่ายพลเมืองเน็ต กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมืองบนโลกออนไลน์ และมูลนิธิหนังไทย จัดแถลงข่าว และเสวนาเพื่อร่วมกันสรุปบทเรียนเกี่ยวกับการปฏิรูปสื่อ และบทบาทการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในสื่อของภาครัฐและเอกชน รวมถึงเสรีภาพในการปิดรับสื่อ ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันยังมองถึงอนาคตในอีก 10 ปีข้างหน้าภายใต้โครงการ "จินตนาการปฏิรูปสื่อทศวรรษหน้า 2010-2020" (Rethinking Media Reform and Integrated Media Policy 2010-2020)

สำหรับโครงการศึกษาฯ ครั้งนี้ จะมุ่งเน้นศึกษาบทบาทของสื่อหลักๆ 4 ด้าน ได้แก่ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุ โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต และภาพยนตร์ โดยมุ่งไปที่การปรับตัว การเปลี่ยนแปลง และการกำกับดูแลของภาครัฐ หลังจากที่เทคโนโลยีโทรคมนาคม และวิทยุกระจายเสียง และสื่อโทรทัศน์มาบรรจบกันในยุคที่เทคโนโลยีมีการหลอมรวม อีกทั้งยังหาผลกระทบจากการหลอมรวมที่มีต่อภาคประชาชน รวมถึงกระตุ้นให้ภาครัฐดำเนินการปฏิรูปสื่อตามกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 มาตรา 40 ที่มีออกมานาน แต่ไม่ได้ถูกปฏิบัติอย่างจริงจัง ทั้งนี้จะนำไปสู่การมีส่วนร่วมของสื่อภาคประชาชน

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ประสานงานโครงการจินตนาการปฏิรูปสื่อฯ กล่าวว่า กลุ่มภาคีดังกล่าวจะร่วมกันแถลงจุดยืน ศึกษาวิจัย อบรมสัมมนา และพัฒนาข้อเสนอและร่างกฎหมายต่าง ๆ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางสื่อไทยในอนาคต ทั้งเรื่องการเผยแพร่เนื้อหาและระบบเครือข่ายโทรคมนาคม บนสื่อหลักทั้ง 4 ประเภท คือ หนังสือพิมพ์ วิทยุโทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต และภาพยนตร์ โดยจะมุ่งศึกษาเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ ผลกระทบจากการกำกับดูแลของภาครัฐ การรับผิดชอบของชุมชนต่อสื่อภาคประชาชน และสื่อภาครัฐ และการมุ่งให้ความรู้ประชาชน เพื่อส่งเสริมให้สื่อพลเมืองเข้มแข็ง และประชาชนมีความรู้ท่าทันสื่อ

ผู้ประสานงานโครงการจินตนาการปฏิรูป สื่อฯ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมุ่งศึกษาถึงโอกาสในการเป็นเจ้าของสื่อของภาคประชาชน และการจับตานโยบายของภาครัฐที่เป็นผุ้กำหนดโครงสร้าง การศึกษาว่าในอนาคตสื่อยุคใหม่สามารถตอบสนองรูปแบบชีวิต และลดช่องว่างในการเข้าถึงข้อมุลข่าวสาร รวมถึงช่องว่างทางดิจิตอลได้มากน้อยเพียงใด เร่งศึกษาถึงผลกระทบทางวัฒนธรรม สังคม และปัจเจกบุคคลจากสื่อในยุคที่มีการหลอมรวมของสื่อหลัก และอินเทอร์เน็ต และสุดท้ายคือ การกระตุ้นให้การกำกับดูแลสื่อของภาครัฐ เป็นประโยชน์ต่อประชาชนจริงๆ ไม่ใช่การควบคุมแบบเซ็นเซอร์เนื้อหา เช่น การผลักดันเรตติ้งภาพยนตร์ หรือ การควบคุมสื่ออินเทอร์เน็ต เป็นต้น

ด้าน นายพิสิฐ ศรีปราสาททอง กรรมการเครือข่ายพลเมืองเน็ต กล่าวว่า สื่ออินเทอร์เน็ตในอนาคตจะเข้าไปอยู่ในทุกมุมของชีวิต และจะมีแนวโน้มในการข้ามสื่อมากยิ่งขึ้น เพราะจากการคาดการณ์ของเครือข่ายพลเมืองเน็ต เชื่อว่าในอีก 10 ปีจากนี้ประเทศไทยจะมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตถึง 40 ล้านคน หรือเกินกว่าประชากรทั้งประเทศ 50% โดยงานวิจัยนี้อาจทำให้เห็นภาพรวมได้ชัดเจน โดยจะระดมสมองนักวิชาการ และผู้ที่บุกเบิกวงการอินเทอร์เน็ตเมืองไทย และกลุ่มผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ต ด้วยการออกแบบสอบถาม รวมทั้งขอความเห็นจากกลุ่มวิชาชีพผู้ดูแลเว็บไซต์ รวมทั้งองค์กรเอกชนต่างๆ

ส่วน นางสาวชลิดา เอื้อบำรุงจิต ตัวแทนมูลนิธิหนังไทย กล่าวว่า ปัญหาในส่วนของภาพยนตร์ จะมองให้ไกลไปกล่าวเรื่องของการเซ็นเซอร์ แต่จะมองไปถึงวิธีการเรียนการสอนภาพยนตร์ในเมืองไทย เพราะนั่นคือรากฐานของวงการภาพยนตร์ในประเทศไทย ขณะเดียวกันจะเน้นการศึกษาถึงบทบาทและพื้นที่ของภาพยนตร์ไทยในอนาคต การออกกฎหมายของภาครัฐสอดรับกับกรเปลี่ยนแปลงของโลกภาพยนตร์มากน้อยเพียงใด รวมทั้งการมีสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการเข้าถึงภาพยนตร์ และการพัฒนาคนทำหนังให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม

Post new comment

Mollom CAPTCHA (play audio CAPTCHA)
Type the characters you see in the picture above; if you can't read them, submit the form and a new image will be generated. Not case sensitive.