ต้นฉบับคำแถลงกูเกิ้ลแบบเต็มๆ และหลากทัศนะกรณีถอนตัวจากจีน
หลังกูเกิ้ล (Google) ขู่ถอนตัวจากจีนโดยอ้างเรื่องถูกโจมตี และถูกละเมิดด้านข้อมูล ก็มีหลากหลายปฏิกิริยา ทั้งจากผู้ใช้อินเตอร์เน็ต รัฐบาลจีน และนักวิเคราะห์ บ้างบอกว่าเป็นเรื่องการท้าทายเสรีภาพในจีน แต่บ้างก็มองว่าเป็นเรื่อง (ขัด?) ผลประโยชน์ส่วนตัวของกูเกิ้ลเอง
จากข่าวคราวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเรื่องที่กูเกิ้ล (Google) เว็บไซต์บริการค้นหาข้อมูล (Search Engine) ชื่อดังประกาศขู่จะถอนตัวออกจากจีน โดยให้เหตุผลว่าไม่สามารถทนต่อการถูกจีนห้ามเผยแพร่ข้อมูลบางอย่างได้ รวมไปถึงเรื่องที่บัญชีของผู้ใช้ Gmail บริการจดหมายอิเล็กโทรนิคของกูเกิ้ลถูกเจาะเข้ามาเพื่อล้วงข้อมูลนักสิทธิมนุษยชนในจีน
แม้ท่าทีของกูเกิ้ลดูจะเป็นการประท้วงเรื่องเสรีภาพในการแสดงความเห็น และเรื่องความเป็นส่วนตัว (Privacy) ที่ถูกทางการจีนละเมิด แต่ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในจีนรวมถึงนักวิเคราะห์ก็มีความเห็นต่อเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ไปในหลายทิศทาง
บ้างก็ว่ากูเกิ้ลใส่เกียร์ถอยหลังเนื่องจากไม่สามารถสู้กับเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลสัญชาติจีนอย่าง Baidu ได้ การถอยของกูเกิ้ลจึงเป็นเหตุผลทางเศรษฐกิจมากกว่าเรื่องเชิงมนุษยธรรม ขณะที่บางความเห็นบอกว่าการถอยของกูเกิ้ลสะท้อนว่าหากจีนต้องการให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ เสรีภาพทางข้อมูลข่าวสารก็เป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากยุคสมัยปัจจุบัน ธุรกิจจำนวนมากต้องอาศัยข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต
ไม่นับว่าเรื่องนี้อาจมีประเด็นแรงงานเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เนื่องจากหากกูเกิ้ลถอนตัวจากจีนจริง พวกเขาก็จะปิดสำนักงานในจีนที่มีพนักงานอยู่ราว 800 คน นอกจากนี้กูเกิ้ลยังสงสัยว่าพนักงานในสาขาจีนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีเว็บหรือไม่
ทางประชาไทได้เรียบเรียงข้อความจากบล็อกทางการของกูเกิ้ลรวมถึงความเห็นจากชาวเน็ตจีนและนักวิเคราะห์มาให้ชมกัน
000
เริ่มจากเมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่ผ่านมาบล็อกทางการของกูเกิ้ลได้โพสท์ข้อความกล่าวถึงสาเหตุที่ต้องการปิดเว็บกูเกิ้ลจีนไว้ดังนี้:
พวกเราถูกโจมตีทางอินเตอร์เน็ตในหลายรูปแบบ ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกับที่หลายองค์กรที่มีชื่อเสียงโดน ในช่วงกลางเดือนธันวาคม พวกเราตรวจสอบพบการโจมตีในรูปแบบที่ซับซ้อนซึ่งมีที่มาจากประเทศจีน อันนำมาซึ่งการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของกูเกิ้ล อย่างไรก็ตาม ไม่นานต่อมาก็เป็นที่กระจ่างชัดว่าแทนที่มันจะเป็นแค่เรื่องในเชิงความปลอดภัย ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ถือว่าสำคัญ แต่มันเป็นอะไรที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง
ประการแรก การโจมตีในครั้งนี้ไม่ได้มุ่งโจมตีแค่กูเกิ้ล จากการสืบสวนพบว่ามีการโจมตีบริษัทใหญ่อื่น ๆ อย่างน้อย 20 บริษัท ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินการในเรื่องแตกต่างหลากหลายประเภทกัน ตั้งแต่ อินเตอร์เน็ต, การเงิน, เทคโนโลยี, สื่อ และภาคอุตสาหกรรมเคมี ล้วนถูกโจมตีทั้งสิ้น พวกเรากำลังอยู่ในขั้นตอนที่จะแจ้งบริษัทเหล่านั้นทราบ โดยดำเนินการร่วมกับรัฐบาลสหรัฐ
ประการที่สอง พวกเรามีหลักฐานว่าการเป้าหมายหลักของผู้ที่โจมตีคือต้องการเจาะเข้าสู่ Gmail ของนักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชนจีน จากการสืบสวนของเราจนถึงตอนนี้ พวกเราเชื่อว่าการโจมตีในครั้งนี้ไม่ประสบผลสำเร็จ มีเพียงบัญชีผู้ใช้ Gmail เท่านั้นที่ถูกเจาะเข้าไปได้ และการเจาะเข้าไปในครั้งนี้ไปถึงแค่ข้อมูลของรายชื่อผู้ใช้ (เช่นวันที่มีการสมัคร) และ หัวเรื่องเท่านั้น ขณะที่เข้าไปไม่ถึงตัวเนื้อหาของอีเมลล์
ประการที่สาม ส่วนหนึ่งของการสืบสวนในครั้งนี้ นอกเหนือไปจากการโจมตีกูเกิ้ลแล้ว พวกเราค้นพบอีกว่ารายชื่อผู้ใช้ Gmail อีกหลายสิบรายจาก สหรัฐฯ, จีน และยุโรป ที่เป็นนักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชนในจีนถูกเจาะโดยกลุ่มบุคคลที่สามอยู่เนือง ๆ รายชื่อเหล่านี้ไม่ได้ถูกเจาะผ่านเข้ามาโดยช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของกูเกิ้ล แต่น่าจะมาจากโปรแกรมลวง (phishing scams) หรือมัลแวร์ ที่อยู่ในเครื่องของผู้ใช้เอง
พวกเราได้อาศัยข้อมูลจากการโจมตีในครั้งนี้เพื่อปรับปรุงระบบโครงสร้างที่เอื้อต่อความปลอดภัยสำหรับกูเกิ้ลและสำหรับผู้ใช้ ในระดับปัจเจกนั้นพวกเราขอเสนอแนะว่าผู้ใช้ควรติดตั้งโปรแกรมต่อต้านไวรัส และโปรแกรมต้านสปายแวร์ที่มีประสิทธิภาพในคอมพิวเตอร์ของตนด้วย คอยติดตั้งโปรแกรมเสริมของระบบปฏิบัติการและอัพเดทโปรแกรมเปิดเว็บไซต์ (web browsers) อยู่เสมอ คอยระวังเวลาจะคลิ๊กลิงค์ที่มาจากอีเมลล์หรือโปรแกรมส่งข้อความด่วน (instant messages) หรือจากการถูกถามข้อมูลส่วนตัวเช่นพาสเวิร์ด ...
พวกเราได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการโจมตีไปสู่ผู้ใช้ในวงกว้าง ไม่ใช้เพราะเพียงแค่เรื่องความปลอดภัยและสิทธิมนุษยชนเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะข้อมูลนี้จะนำไปสู่หัวใจของเรื่องเสรีภาพในการแสดงความเห็นซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันในวงกว้าง ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา การปฏิรูปเศรษฐกิจของจีนและการให้พลเมืองสามารถเป็นผู้ประกอบการ ได้ยกฐานะของชาวจีนหลายสิบล้านคนจากความยากจน ในความจริงคือ ประเทศที่ยิ่งใหญ่นี้มีหัวจิตหัวใจของความก้าวหน้าด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาในโลกยุคปัจจุบัน
พวกเราเปิดเว็บกูเกิ้ลของจีน (Google.cn) เมื่อเดือน ม.ค. 2006 ด้วยความเชื่อว่าจะส่งผลทางบวกต่อการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่เพิ่มสูงขึ้นของประชาชนในจีน และการเปิดกว้างมากขึ้นของอินเตอร์เน็ตที่จะช่วยลบความรู้สึกไม่สบายใจของเราในการต้องยอมเซนเซอร์ผลลัพธ์บางอย่าง ในตอนนั้นเราบอกชัดว่า "พวกเราจะคอยติดตามสภาพในจีน รวมถึงกฏหมายใหม่และข้อห้ามต่าง ๆ ต่อบริการของพวกเรา หากพวกเราพบว่าเราไม่สามารถทำตามเป้าประสงค์ที่ตั้งไว้ได้ พวกเราจะเปลี่ยนแปลงวิธีการของพวกเราในการให้บริการต่อจีนโดยทันที"
การโจมตีและการสอดส่องของจีนที่ถูกจับได้ รวมถึงการที่จีนพยายามจำกัดเสรีภาพในการแสดงความเห็นทางอินเตอร์เน็ตในช่วงปีที่ผ่านมาทำให้เราได้ข้อสรุปว่าเราควรกลับมาพิจารณาความเป็นไปได้ในการดำเนินธุรกิจในจีนอีกครั้ง และพวกเราก็ตัดสินใจว่าพวกเราไม่อยากเซนเซอร์ผลลัพธ์จากการค้นหาของเว็บ Google.cn อีกต่อไป และในอีก 2-3 สัปดาห์ถัดไปเราจะมีการหารือกับรัฐบาลจีนในเรื่องที่เราจะสามารถเปิดดำเนินการในจีนภายใต้กฏหมายโดยไม่ต้องมีการกรองข้อความได้หรือไม่ พวกเราทราบว่าเราอาจจำต้องปิด Google.cn รวมถึงสำนักงานในจีนของพวกเราลง
ทางเลือกพิจารณาถึงธุรกิจของเราในจีนเป็นเรื่องที่ยากมากและพวกเราก็รู้ว่ามันจะส่งผลลัพธ์ไปในระยะยาว พวกเราต้องการบอกให้ทราบว่า การเคลื่อนไหวในครั้งนี้มาจากการตัดสินใจของผู้บริหารในสหรัฐฯ โดยผู้ที่เป็นพนักงานในจีนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นใด ๆ พนักงานเหล่านี้ล้วนทำงานหนักเพื่อทำให้ Google.cn ประสบความสำเร็จ พวกเรามีพันธกิจในการทำงานด้วยความรับผิดชอบ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยความยากลำบากมาก
000
ข้อสังเกตจากเว็บข่าวไซเบอร์จีน
ในเว็บไซต์ ChinaSmack มีบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้เขียนโดย Python ซึ่งให้ความเห็นไว้ว่า เหตุผลที่กูเกิ้ลแถลงเพื่อปิดกูเกิ้ลสาขาจีนฟังดูค่อนข้างคลุมเครือ หรือฟังดูไม่ชวนให้เชื่อตามสักเท่าไหร่ นอกจากนี้ยังวิเคราะห์เหตุการณ์นี้ในอีกสามแง่มุมคือ
ประการแรก การโจมตีอาจจะมาจากประเทศจีนก็จริง แต่กูเกิ้ลไม่ได้เป็นเพียงแค่เว็บเดียวที่ตกเป็นเหยื่อ แม้กระทั่งเว็บไซต์หาข้อมูลสัญชาติจีนคู่แข่งสำคัญของกูเกิ้ลอย่างเว็บ Baidu ก็ถูกกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "กองกำลังไซเบอร์อิหร่าน" ไฮแจ็กเว็บเมื่อไม่นานมานี้
ประการที่สอง พวกเขาตั้งคำถามว่า มันเป็นความรับผิดชอบของกูเกิ้ลมิใช่หรือ ที่ต้องให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคแก่ผู้ใช้ ซึ่งรวมถึงความเป็นส่วนตัวของนักสิทธิมนุษยชน การบอกว่า "พวกเราขอถอนตัวเนื่องจากผู้ใช้บางส่วนของเรา" เหมือนเป็นการยอมรับกลาย ๆ ว่าพวกเขามีความบกพร่องทางเทคนิค และผู้ใช้ควรไปใช้บริการของบริษัทอื่นมากกว่า
ประการที่สาม ทำไมกูเกิ้ลถึงมองว่าปัญหาของการใช้งานบางกรณีที่มาจากความไม่ระมัดระวังตัวของผู้ใช้เอง จะต้องถือว่าเป็นความผิดของกูเกิ้ล ระบบอีเมลล์ของมือใหม่บางคนสามารถถูกแฮกได้ โดยไม่เกี่ยวข้องเลยว่าใครจะเป็นผู้ให้บริการหน้าเว็บที่ล็อกอิน (ผู้เขียนบทความใน ChinaSmack ระบุว่ากูเกิ้ลไม่ได้มีศูนย์ฐานข้อมูลอยู่ในจีนด้วย)
แล้วชะตากรรมพนักงานในกูเกิ้ลจีนล่ะ?
ทาง ChinaSmack วิเคราะห์อีกว่า กูเกิ้ลกับรัฐบาลจีนคงไม่สามารถตกลงกันได้ในเรื่องใต้โต๊ะบางอย่าง โดยผู้เขียน Python หวังว่าการประกาศของกูเกิ้ลในครั้งนี้จะเป็นการประท้วง (หรือแค่เรื่องตลก) ของกูเกิ้ล ต่อนโยบายที่บีบคั้นของรัฐบาลจีน ทั้งยังไม่รู้ว่ากูเกิ้ลจะจัดการกับพนักงานกว่า 800 ชีวิต หลังจากยุบสำนักงานในสาขาจีนอย่างไร ซึ่ง Fauna นักเขียนคนหนึ่งของ Chinasmack กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า มีข่าวลือ (หรืออาจเป็นแค่เรื่องล้อเล่น) ว่า กูเกิ้ลจะช่วยให้พนักงานชาวจีนได้รับบัตรกรีนการ์ดเพื่อเข้าไปในสหรัฐฯ แต่ต้องอนุมัติสัญญาการจ้างงาน 3 ปี
โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา วอลล์สตรีท เจอนัล รายงานว่ากูเกิ้ลกำลังทำการสืบสวนพนักงานในสาขาจีนเนื่องจากสงสัยว่าพวกเขามีส่วนรู้เห็นในเรื่องการโจมตีกูเกิ้ลและการเจาะเข้า Gmail
ชาวเน็ตจีนมองอย่างไร?
ทางผู้ใช้อินเตอร์เน็ตของจีนก็ออกมาให้ความเห็นในเรื่องนี้เช่น บางคนบอกว่าการที่รัฐบาลแอบเข้าไปสืบอีเมลล์ของคนอื่นแล้วลบอีเมลล์ของเขา เทียบได้กับการที่เข้าไปในบริษัทของคนอื่นแล้วเตะลูกค้าเก่าออกไป ทำให้บริษัทไม่สามารถทำธุรกิจได้อีกต่อไป บางความเห็นก็บอกว่าพวกเขาใช้เว็บ Baidu ในการดาวน์โหลดหรือค้นหารูปโป๊ ขณะที่ใช้ Google ค้นหาข้อมูลอื่น
บล็อกเกอร์และนักกิจกรรมที่ใช้นามแฝงว่า Amoiist ผู้เคยถูกทางการจีนจับกุมตัวและปล่อยตัวในเวลาต่อมาให้ความเห็นไว้ใน Twitter ว่า "ความสูญเสียทางเศรษฐกิจโดยรวมของกูเกิ้ลจากการที่พวกเขาถอนตัวจากจีนนั้นมีน้อยมาก แต่มันจะทำให้พวกเขาได้รับชื่อเสียง และ (ถูกมองว่า) มีจริยธรรม ซึ่งเป็นผลพลอยได้ในระยะยาวและประเมินค่าไม่ได้ นอกจากนี้แล้ว ในวันที่พรรคคอมมิวนิสท์จีนลงจากอำนาจ จะเป็นวันที่กูเกิ้ลกลับมา (การกระทำทั้งหมด) นี้ก็แค่ทำให้กูเกิ้ลขาดรายได้ไปเพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น"
"กูเกิ้ลพร้อมที่จะออกจากจีนอยู่แล้ว" Ai WeiWei สถาปนิกผู้ร่วมออกแบบ "สนามรังนก" ให้ความเห็นไว้ เขาบอกอีกว่าเขารอคอยวันที่กูเกิ้ลจะกลับมาเมื่อจีนมีเสรีภาพ "กูเกิ้ลแสดงให้เห็นการปะทะกันระหว่าง พลังแห่งทุนนิยม และพลังทางการเมือง โอบาม่า คุณควรจดจำเรื่องราวของ 'ม้าหญ้าโคลน' ตราตรึงไว้ในใจ" (ติดตามเรื่องของ 'ม้าหญ้าโคลน' ได้ในรายงาน "เจี่ยจวินเผิง แม่เรียกให้กลับบ้านมากินข้าว" เร็ว ๆ นี้)
บางคนก็มองว่ากูเกิ้ลตัดสินใจพลาด ฮัน ซง มองว่าในยุคที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ชาวต่างชาติจำนวนมากหันมาสู่เส้นทางธุรกิจในจีน และต้องพึ่งจีน แต่กูเกิ้ลกลับถอนตัวออกไปเสมือนท้าทายจีน แต่ชาวจีนไม่ได้รู้สึกตื่นตระหนกแต่อย่างใด ทั้งยังถือเป็นการเผยฐานแท้ของ 'พวกจักรวรรดิ์นิยม' ที่จีนจะสามารถตั้งรับได้ และสุดท้ายแล้วกูเกิ้ลจะต้องเป็นฝ่ายคลานกลับมาหาจีนเอง
ขณะที่บางคนมองเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการต่อสู้กันระหว่างเสรีภาพกับเผด็จการ เช่นในบล็อกของจางเวิ่น เขายังบอกอีกว่ารู้สึกเสียใจที่ชาวเน็ตจีนบางคนแสดงท่าทียินดีต่อเหตุการณ์นี้ โดยจางมองว่าการถอนตัวของกูเกิ้ลเป็นสัญญาณในแง่ร้ายและอาจทำให้ชาวเน็ตจีนกลายเป็น 'พลเมืองเน็ตชั้นสอง' และส่งผลกระทบต่อธุรกิจออนไลน์
บางเว็บตั้งข้อสังเกตว่าสื่อกระแสหลักของจีนแทบไม่ได้ให้ความสำคัญกับข่าวนี้ และการรายงานข่าวเรื่องการถอนตัวของกูเกิ้ลในสำนักข่าวจีนนั้น ไม่ได้นำเสนอเรื่องคำอธิบายของกูเกิ้ลหรือพูดเรื่องเสรีภาพในการแสดงความเห็นเลย
Google vs. Baidu
หลังจากที่กูเกิ้ลเริ่มเปิดให้บริการค้นหาข้อมูลภาษาจีนในนามของ Google China ก็ดูเหมือนผู้จัดการระดับสูงของกูเกิ้ลจะไม่ให้ความสนใจตลาดในจีนสักเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะการที่มัวแต่พยายามแข่งขันกับยะฮู (Yahoo!) ในตลาดสหรัฐฯ หรือประเมินกำลังของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตจีนต่ำเกินไป
ขณะที่เว็บไซต์ Baidu นั้น เน้นทำตลาดในจีนมากกว่า ทำให้สามารถแซงหน้ากูเกิ้ลจีนได้อย่างรวดเร็ว ในแง่ของการเป็นเว็บบริการค้นหาข้อมูลภาษาจีน
ในเดือน มี.ค. 2004 บริษัทที่ทำวิจัยเรื่องอินเตอร์เน็ตอย่าง iResearch ค้นพบว่า Baidu มีส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งคือ 48.5% ขณะที่กูเกิ้ลมีส่วนแบ่งเป็นอันดับสองคือ 19.8% ขณะที่การสำรวจเมื่อเดือน มิ.ย. 2009 พบว่า Baidu ยังคงมีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่งคือ 61.6% ขณะที่กูเกิ้ลมีส่วนแบ่งตลาดรองลงมาคือ 29% จากการสำรวจในปีเดียวกัน
กูเกิ้ลเพิ่งจะมาให้ความสนใจกับตลาดบริการค้นข้อมูลของจีนหลังจากที่ Baidu นำทิ้งห่างออกไปอย่างไม่ติดฝุ่นแล้ว อีกสาเหตุหนึ่งที่กูเกิ้ลล้มเหลวในจีนน่าจะมาจากเรื่องเชิงวัฒนธรรม เนื่องจาก Baidu นั้นเข้าใจวัฒนธรรมทางภาษาของจีนมากกว่า สรุปให้ง่ายเข้ากว่านี้ก็ได้ว่า Baidu เข้าใจประเทศที่มีลักษณะเฉพาะอย่างจีนมากกว่ากูเกิ้ล
และแม้ว่ากูเกิ้ลจะเป็นบริษัทสารสนเทศทางอินเตอร์เน็ต แต่ในจีนแล้วกูเกิ้ลถูกมองว่าเป็นบริษัทสื่อมากกว่า และไม่เคยมีประวัติว่าบริษัทสื่อต่างประเทศแห่งใดเลยที่ประสบความสำเร็จในจีน
อีกประการหนึ่งคือการที่กูเกิ้ลตั้งคอนเซปต์ของตนไว้ว่า "อย่าทำเรื่องชั่วร้าย" (Do no evil) ซึ่งกูเกิ้ลย้ำในจุดยืนตรงนี้มาก แต่คอนเซปต์เรื่อง "อย่าทำเรื่องชั่วร้าย" ในจีนนั้น หมายถึงการต้องคัดคานกับหน่วยงานตรวจตราของจีน พูดในอีกแง่หนึ่งคือ เป็นไปได้ว่าผู้จัดการของกูเกิ้ลคงทนทรมานกับคอนเซปต์ด้านจริยธรรมของตนเอง จนกระทั่งทนไม่ได้ในที่สุด
ขณะที่หัวหน้าแผนกออกแบบของ Baidu กล่าวถึงกรณีที่กูเกิ้ลจะถอนตัวจากจีนว่า มันไม่ได้ทำให้กูเกิ้ลกลายเป็น "นักรบด้านสิทธิมนุษยชน" แต่เป็นการพิสูจน์ให้เห็นชัดว่ากูเกิ้ลทำไปเพื่อผลกระโยชน์ส่วนตัว
เขาอธิบายว่าการถอนตัวของกูเกิ้ลเป็นเพียงแค่เรื่องทางเศรษฐกิจ แต่พวกเขาทำให้ตัวเองดูดีโดยการบอกว่าถูกโจมตีโดยชาวจีน ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นการดูถูกสติปัญญาของชาวเน็ตจีน คล้ายชาวตะวันตกที่คิดว่าตนเองพิเศษกว่าแล้ววิจารณ์จีน โดยไม่เคยมาที่ประเทศจีน และไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับจีนเลย
หัวหน้าแผนกฯ ของ Baidu ตั้งคำถามอีกว่าหากกูเกิ้ลมีส่วนแบ่งการตลาดถึง 80% ในส่วนธุรกิจบริการค้นหาข้อมูลในจีน ผู้จัดการระดับสูงของกูเกิ้ลจะประกาศถอนตัวจากจีนด้วยเหตุผลในเชิง "อย่าทำเรื่องชั่วร้าย" อีกหรือไม่?
ในประเด็นนี้โฆษกของกูเกิ้ลโต้ว่า แม้รายได้ของกูเกิ้ลจากจีนจะไม่ได้รับมาเป็นกอบเป็นกำ แต่ก็เคยมีช่วงไตรมาสหนึ่งที่กูเกิ้ลได้รับรายได้สูงที่สุดและรายได้ในไตรมาสนั้นส่วนใหญ่มาจากตลาดต่างประเทศ
บริษัทแอนตี้ไวรัสเผยผู้ใช้ IE และ Windows XP ง่ายต่อการตกเป็นเป้า
ในวันที่ 14 ม.ค. มีการเปิดเผยโค้ดที่ใช้โจมตีกูเกิ้ลและบริษัทอื่น ๆ อีก 33 บริษัท ในเว็บไซต์ที่ศึกษาการทำงานของมัลแวร์ ซึ่งเดฟ มาร์คัส ผู้อำนวยการด้านการวิจัยระบบความปลอดภัยของ McAfee บอกว่า การโจมตีนี้อาศัยโปรแกรมแฮกอย่างน้อยหนึ่งชนิดและสามารถตรวจพบได้ในการโจมตีทางอินเตอร์เน็ต มาร์คัส บอกอีกว่าการโจมตีจะมีประสิทธิภาพมากถ้าใช้กับโปรแกรมอินเตอร์เน็ตเอ็กพลอเลอร์รุ่น 6 (IE 6) ที่เปิดบนระบบ Windows XP และอาจดัดแปลงให้ใช้กับ IE รุ่นใหม่กว่านี้ได้ด้วย
ทางด้านสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศในจีนก็เปิดเผยเมื่อวันที่ 18 ม.ค. ว่า บัญชี Gmail ของนักข่าวบางคน ถูกแฮกและมีการส่งข้อความต่อไปยังอีเมลล์ของผู้ใช้รายอื่นที่ไม่รู้จัก
นักวิเคราะห์บอก เศรษฐกิจต้องเติบโตควบคู่ไปกับเสรีภาพ
แดเนียล กรอส เขียนไว้ในเว็บไซต์นิตยสาร Slate ในเครือวอชิงตันโพสท์ ว่า นี่คือการต่อสู้ของสองยักษ์ใหญ่ โดยขณะที่กูเกิ้ลเป็นหนึ่งในบริษัทที่เติบโตรวดเร็วที่สุดในโลก จีนก็ถือเป็นหนึ่งในแหล่งที่มีความเติบโตทางตลาดสูงที่สุดในโลกเช่นกัน
ขณะเดียวกันก็กล่าวถึงจีนว่าการที่ไม่ยอมรับความคิดอิสระก็ย่อมทำให้การค้าเสรียากจะเติบโต และหากจีนยังคงพยายามพัฒนาเศรษฐกิจไปในขณะที่คอยควบคุมข้อมูลข่าวสาร ก็จะทำให้ไม่เกิดการเติบโตและล่มสลายไป
จีนทำการทดลองและพยายามพลิกรูปแบบเศรษฐกิจมาตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ยังคงเข้มงวดกับเรื่องเสรีภาพ จนกระทั่งในปัจจุบันกลายเป็นประเทศที่มีตึกสมัยใหม่ สนามบิน ร้านฟาสต์ฟู้ด รวมถึงเป็นตลาดรถยนต์ที่สามารถเทียบชั้นได้กับคู่แข่งอย่างญี่ปุ่น แต่กูเกิ้ลต่างจากบริษัทอื่น ๆ ที่ประสบความสำเร็จในจีนตรงที่กูเกิ้ลมีรูปแบบธุรกิจด้านการขายข้อมูล ที่ต้องอาศัยเสรีภาพในการเข้าถึงและแสดงข้อมูล และเมื่อรัฐบาลจีนเป็นผู้ควบคุมข้อมูล ไฉนเลยกูเกิ้ลหรือธุรกิจสื่ออื่น ๆ จะเติบโตได้มากกว่ากิจการภายในอย่าง Baidu
แปลและเรียบเรียงจาก
A new approach to China, The official Google Blog, 12-01-2010 http://googleblog.blogspot.com/2010/01/new-approach-to-china.html
Say Goodbye to Google China? Chinese Reactions, ChinaSmack, Python, 13-01-2010 http://www.chinasmack.com/stories/google-threatens-leaving-china-chinese...
Google Leaving China? Chinese Responses, C.Custer, ChinaGeek, 14-01-2010 http://sun-zoo.com/chinageeks/2010/01/14/google-leaving-china-chinese-re...
Technology: Code Used To Attack Google Now Public, timothy, Slashdot, 15-01-2010 http://tech.slashdot.org/story/10/01/16/029201/Code-Used-To-Attack-Googl...
EastSouthWestNorth: Daily Breif Comments, January 11-20, 2010 http://www.zonaeuropa.com/201001b.brief.htm#007
China's Silicon Ceiling :The Beijing/Google skirmish is a reminder that free markets require free minds, Daniel Gross, Slate, 16-01-2009 http://www.slate.com/id/2241738/?from=rss
What Gmail Hack? China Spins News of Google Threat, Owen Fletcher, PCWorld, 18-01-2010 http://news.yahoo.com/s/pcworld/20100118/tc_pcworld/whatgmailhackchinasp...
Google suspects hacking by China staff: report, AFP, 18-01-2010 http://news.yahoo.com/s/afp/20100119/ts_afp/uschinaitinternetgoogleprobe...
ข้อมูลเพิ่มเติมจาก
http://en.wikipedia.org/wiki/Google_China (เข้าดูล่าสุดเมื่อ 19 ม.ค. 2010)
http://en.wikipedia.org/wiki/Baidu (เข้าดูล่าสุดเมื่อ 19 ม.ค. 2010)
Post new comment